รีวิว Alldocube iPlay 70E พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 11" เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงได้ทุกที่ รองรับซิมคู่ 4G LTE เต็มอิ่มในราคา 5,990 บาท

Alldocube iPlay 70E


ปัจจุบันนี้แท็บเล็ตขนาดพื้นฐานในการใช้งานยอดนิยมที่เราเห็นชัดที่สุดคือ แท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 10" - 11" ที่ถือว่าไม่เล็กจนทำงานยากไป และไม่ใหญ่จนพกยากแบบแล็ปท็อป ทำให้แท็บเล็ตขนาดประมาณนี้กลายเป็นที่นิยมในการพกพาไม่ใช่น้อยเลย ในวันนี้ Ai iT จะขอพาทุกคนมารู้จักกับ Alldocube iPlay 70E แท็บเล็ตหน้าจอขนาดใหญ่ 11" พร้อมรองรับการใส่ซิมใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเป็นเจ้าของได้


- In The Set -

Alldocube iPlay 70E Unbox

ภายในกล่องของ Alldocube iPlay 70E มาพร้อมกับตัวเครื่อง, ฟิล์มกันรอย, คู่มือการใช้งาน, สายชาร์จ USB-A to USB-C, เข็มจิ้มซิม และแถมชุดซิลิโคนเคส, อแดปเตอร์ชาร์จ 22.5W ให้พร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่อง

- Design -

Alldocube iPlay 70E

Alldocube iPlay 70E มาพร้อมกับหน้าจอ IPS LCD ขนาด 11" ความละเอียด Full HD 1,920 x 1,200 px ในอัตราส่วน 16:10 มีความหนาแน่นพิกเซลหน้าจอ 207 PPI สีสันสดใส พร้อมตัวเลือกปรับคอนทราสต์ ปรับอุณหภูมิสีให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่เราใช้งาน และยังรองรับ Widevine L1 สำหรับการรับชมคอนเทนต์วิดีโอความละเอียดสูงผ่านทาง Netflix

Alldocube iPlay 70E

สำหรับใครที่ชื่นชอบการรับชมคอนเทนต์วิดีโอเป็นหลัก Alldocube iPlay 70E จะเข้ามาช่วยเติมเต็มอรรถรสในการรับชมทั้งด้านภาพที่คมชัดสวยงาม ไปจนถึงลำโพง 4 ตัว คุณภาพเสียงเด่นชัด ดังกระหึ่ม ให้ผู้ใช้งานได้ดื่มด่ำไปกับความบันเทิง เต็มอิ่มที่สุดทั้งภาพยนต์, การฟังเพลง และเล่นเกม

Alldocube iPlay 70E

เมื่อเราใช้งานตัวเครื่องแนวนอน ทางด้านซ้ายมือของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่มพาวเวอร์ ลองลงมาจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และลำโพง 2 ตัว 

Alldocube iPlay 70E

ส่วนอีกด้านมาพร้อมกับลำโพงอีก 2 ตัว และพอร์ตชาร์จแบบ USB-C 2.0 รองรับการชาร์จกำลังไฟสูงสุด 18W แบบ Power Delivery กับแบตเตอรี่ตัวเครื่อง 7,000 mAh จะใช้ระยะเวลาในการชาร์จจนแบตเตอรี่เต็มใน 150 นาที หรือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง 

Alldocube iPlay 70E SIM Tray

ด้านบนของตัวเครื่องจะพบกับไมโครโฟน 1 ตัว และถาดซิมรองรับการใช้งานแบบซิมคู่ หรือซิม + microSD ความจุสูงสุด 512GB พร้อมรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย WiFi5 และ Bluetooth 5.4 ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม 

Alldocube iPlay 70E

โดยวัสดุของตัวเครื่อง Alldocube iPlay 70E นั้นเลือกใช้เฟรมเครื่องและฝาหลังเป็นอลูมิเนียมผิวด้านแยกส่วนออกจากกันช่วยให้ตัวเครื่องไม่สะสมความร้อนไว้ภายใน มีน้ำหนักรวมกันอยู่ที่ 500 กรัม และมีความบางเพียง 7.6 มม. เท่านั้น ทำให้การจับถือใช้งานเราจะสัมผัสได้ถึงความทนทานของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

Alldocube iPlay 70E Camera

ส่วนกล้องหน้าและกล้องหลังของ Alldocube iPlay 70E มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 5MP เท่าๆ กัน

- Software & Performance -

Alldocube iPlay 70E

ในด้านของการใช้งาน Alldocube iPlay 70E รองรับความสามารถพื้นฐานสำหรับแท็บเล็ตไว้ครบครัน ตั้งแต่การใช้งาน 2 แอปแบ่งจอพร้อมกัน หรือการเรียกใช้งาน Gemini และการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อล็อคหน้าจอก็ทำได้ โดย Alldocube iPlay 70E สามารถตอบโจทย์การใช้งานแอปทั่วไปได้แบบไม่มีปัญหา ด้วยการเลือกใช้ SoC เป็น Unisoc T7300 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตแบบ 6 นาโนเมตร มี CPU ทำงานด้านประสิทธิภาพอยู่ 2 แกน กับ Arm-Cortex A78 2.2GHz และ CPU ทำงานด้านประหยัดพลังงานอีก 6 แกน กับ Arm-Cortex A55 2.0GHz 

Alldocube iPlay 70E

เมื่อบวกกับแรม 8GB LPDDR4X และเนื้อที่ภายใน 128GB UFS2.2 ที่สามารถสร้างแรงเสมือนเพิ่มให้เราได้สูงสุดอีก 8GB ทำให้ Alldocube iPlay 70E สามารถเรียกแรมมาใช้งานได้มากสุดถึง 16GB ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ต้องแก้ไขงานฉุกเฉิน ไปจนถึงการทำงานหน้า Excel ก็ยังสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Unisoc T7300 นั้นมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า Mediatek Helio G99 ถึง 20% ทำให้เรามั่นใจในการทำงาน การใช้งานที่ครอบคลุมในชีวิตประจำวันของเราได้หมดจด

Alldocube iPlay 70E

ลื่นไหลในการใช้งานด้วยการเลือกใช้ UI ที่มีความคลีนแบบดั้งเดิมของระบบแอนดรอยด์ ช่วยให้ตัวเครื่องไม่กินทรัพยากรของระบบ ส่วนการเล่นเกมด้วย Alldocube iPlay 70E นั้นสามารถเล่นเกมระดับพื้นฐานได้ไม่มีปัญหาที่เฟรมเรตระดับ 60fps แต่ถ้าหากเรานำมาเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูง Alldocube iPlay 70E ก็ยังสามารถเข้าไปเล่นที่กราฟิกระดับเริ่มต้น เฟรมเรต 30fps ได้อยู่เช่นกัน

Alldocube iPlay 70E Gaming

- Battery -

Alldocube iPlay 70E Gaming

ในส่วนของแบตเตอรี่ Alldocube iPlay 70E ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 7,000 mAh นั้นสามารถรับชมคอนเทนต์วิดีโอต่อเนื่องได้นานกว่า 10 ชม. หากเราเปิดความสว่างหน้าจอต่ำกว่า 70% และเล่นโซเชียลมีเดีย หรือใช้งานเบราเซอร์ต่อเนื่องได้นานสูงสุด 9 ชม. และสามารถเล่นเกมได้นานสูงสุด 6 ชม. สำหรับเกมจำพวก ROV, Free Fire แต่ถ้าเกิดเล่นเกมที่มีกราฟิกสูงอย่าง Raven 2, Genshin Impact สามารถเล่นได้ไม่เกิน 4 ชม. เรียกได้ว่า เพียงพอต่อการใช้งาน 1 วันเต็มๆ ทั่วไปได้เลย

โดยรวมแล้ว Alldocube iPlay 70E เป็นแท็บเล็ตที่ตอบสนองต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีทั้งการรับชมภาพยนตร์หรือซีรี่ย์ก็ตาม เราจะได้รับประสบการณ์ที่เต็มอรรถรสด้านความบันเทิงสุดคุ้มค่าอย่างแน่นอน หรือแม้แต่ใช้ในการเล่นโซเชียลมีเดีย เล่นอินเตอร์เน็ต ไปจนถึงการทำงานผ่านแอปออฟฟิศหรือ Canva ก็ยังสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นลื่นไหลไร้กังวล 

แต่ถ้าเกิดจะนำมาเล่นเกม Alldocube iPlay 70E เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาหน้าจอใหญ่สะใจ เปิดบอทเดินเก็บเลเวลภายในเกม หรือเกมแนว Idle ดูเกมได้อย่างอิ่มเอม เพลินๆ สบายใจกับค่าตัวที่เป็นมิตรสุดๆ ของหน้าจอขนาด 11" แบบนี้

หากใครที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ Alldocube iPlay 70E  ได้ในราคา 5,990 บาท ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์

SHOPEE
Alldocube_Official Store : https://url.in.th/YTUHd
Alldocube Thailand  :  https://th.shp.ee/dfaX4abm

LAZADA
Alldocube Thailand : https://url.in.th/TpvvU
Alldocube Store : https://url.in.th/DWGCS

TIKTOK
Alldocube Thailand : https://url.in.th/jZzba

สินค้ารับประกันศูนย์ไทย 12 เดือน ผ่านช่องทาง Line OA : @alldocube.th พร้อมบริการรอรับสินค้าที่บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเตืมได้ที่ Email : alldocube.serviceth@gmail.com และ Call center Service : 082-0629696 (จ.- ศ. 09.00-18.00 น.)
Previous Post Next Post