คิดถึงการฟังดนตรีสดแต่ต้องเว้นระยะห่าง ให้ Disney+ Hotstar พาบรรยากาศสนุกๆ แบบนั้นมาให้คุณถึงบ้านได้เลย




การมาถึงของโควิด-19 ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลกต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การทำงานต้องปรับมาเป็นการทำอยู่ที่บ้าน หากออกไปข้างนอกก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างทางสังคม การออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ อาจจะต้องงดเว้นไปก่อน ไม่ต้องพูดถึงว่าการจัดคอนเสิร์ตและการได้ไปชมคอนเสิร์ตแบบสดๆ ด้วยตัวเองคงไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่ๆ “ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์” จึงขอทำหน้าที่เป็นผู้นำเสนอไลน์อัพคอนเสิร์ตและภาพยนตร์เพลงแบบออนไลน์มาให้คุณได้สนุกถึงบ้านแบบต่อเนื่องตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ลองไปดูกันว่ามีภาพยนตร์จากศิลปินคนไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

Billie Eilish ใน “Happier Than Ever: A Love Letter to Los Angeles – เรื่องนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ “บิลลี่ ไอลิช” ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมี่ผู้มีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมายเลือกมาปรากฏตัวทางดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ โดยภาพยนตร์คอนเสิร์ตเรื่องนี้จะมาพร้อมเพลงจากอัลบั้มชุดใหม่ของบิลลี่ ไอลิชที่ชื่อ “Happier Than Ever” ซึ่งจะถูกนำเสนอออกมาผ่านการแสดงสุดใกล้ชิดของทุกเพลงที่เธอจะร้องโดยเรียงไปตามลำดับเพลงในอัลบั้มบนเวทีระดับตำนานอย่างฮอลลีวูดโบวล์ ที่ลอสแอนเจลิส โดยในภาพยนตร์ยังมาพร้อมการปรากฏตัวของ FINNEAS โปรดิวเซอร์และพี่ชายของบิลลี่ วงคอรัสเด็กของลอสแอนเจลิส และวงลอสแอนเจลิส ฟิลฮาร์โมนิก ซึ่งกำกับวงโดยผู้อำนวยการดนตรีและศิลปะ “กุสตาโว ดูดาเมล” พร้อมด้วยมือกีตาร์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกชาวบราซิล “โรเมโร ลูบามโบ” และมี “เดวิด แคมพ์เบลล์” เป็นผู้เรียบเรียงออร์เคสตรา จัดเต็มขนาดนี้ ใครเป็นแฟนสาวน้อยมหัศจรรย์อย่างบิลลี่ ไอลิชต้องกดชมแล้วล่ะ 

แนะนำให้ชมค่ำวันศุกร์เพื่อเพิ่มความสนุกและผ่อนคลายหลังทำงานที่บ้านมาทั้งสัปดาห์ 




Taylor Swift ใน “folklore: the long pond studio sessions – อีกหนึ่งศิลปินหญิงชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุด ทั้งการคว้ารางวัล “อัลบั้มแห่งปี” จากเวทีแกรมมี่ได้ถึง ครั้งในแบบที่ไม่เคยมีศิลปินหญิงคนไหนทำได้มาก่อน และการมีแฟนๆ ให้การติดตามมากมายทั่วโลก “Folklore” คือชื่อของอัลบั้มชุดล่าสุดและเป็นชื่อของภาพยนตร์คอนเสิร์ตที่พาให้เทย์เลอร์ สวิฟต์และทีมโปรดิวเซอร์และนักดนตรีเบื้องหลังอัลบั้มชุดนี้ได้มารวมตัวกันเป็นครั้งแรก เพราะในการทำอัลบั้มภายใต้สถานการณ์โควิดที่ทุกคนไม่สามารถเดินทางไปหากันได้ พวกเขาจึงต้องเลือกบันทึกเสียงแยกกันคนละที่ ก่อนนำผลงานมารวมกันเป็นอัลบั้ม และการถ่ายทอดบทเพลงในอัลบั้มผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเผยทั้งอารมณ์ความรู้สึกร่วมกันของทุกคนและเรื่องราวเบื้องหลังทั้ง 17 เพลงในอัลบั้มที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดอีกชุดหนึ่งของนักร้องหญิงคนนี้ 

แนะนำให้ชมชมและฟังแบบสบายๆ ในบ่ายวันเสาร์ 



Beyonce ใน “Black is King – อีกหนึ่งศิลปินหญิงที่ถูกยกให้เป็นตำนานได้แล้วในวันนี้สำหรับบียอนเซ่ กับภาพยนตร์ที่เธอทั้งเขียนบท ร่วมกำกับ และอำนวยการสร้างเอง โดยเป็นภาพยนตร์มิวสิคัลที่สร้างมาคู่กันกับอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Lion King ที่ใช้ชื่ออัลบั้มว่า “The Lion King: The Gift” เพื่อเล่าเรื่องราวของครอบครัวคนผิวดำที่ก้าวผ่านความรัก การหักหลัง และการค้นหาตัวตน จนค้นพบโชคชะตาในแบบของตัวเอง การถ่ายทำเกิดขึ้นทั้งในแอฟริกา ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยเรื่องโปรดักชันทั้งในแง่ของการสร้างสรรค์งานคอสตูม การออกแบบท่าเต้น การออกแบบฉาก และส่วนประกอบต่างๆ เรียกว่าจัดเต็มในทุกรายละเอียด แต่ที่จัดเต็มที่สุดก็ต้องเป็นเพลงที่จะได้ฟังในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งจากตัวบียอนเซ่เองและศิลปินรับเชิญอีกมากมาย ใครเป็นแฟนบียอนเซ่และแฟนเพลงแนวโซล อาร์แอนด์บี เรื่อยไปจนถึงแร็พ ต้องไม่พลาด 

แนะนำให้ชมเพิ่มความคึกคักสักหน่อยในค่ำวันเสาร์ 



John Lennon ใน “20/20 Presents: John Lennon: His Life, His Legacy, His Last Days – นับตั้งแต่วันที่จอห์น เลนนอนได้จากโลกนี้ไปในวันที่ ธันวาคม 1980 จนถึงปัจจุบัน แม้จะเป็นเวลากว่า 40 ปีมาแล้ว ผู้คนทั่วโลกก็ยังสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับชีวิตของศิลปินหนุ่มผู้เป็นสมาชิกวง The Beatles คนนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของจอห์น พร้อมพาเราไปชมช่วงวันสุดท้ายก่อนการเสียชีวิต แล้วไปตามดูกันต่อว่าจอห์นได้ทิ้งมรดกทางดนตรีอะไรไว้ให้กับเราบ้างผ่านสายตาของเพื่อนสนิทและผู้ที่เคยได้ร่วมงานกับเขา โดยมีฟุตเทจที่หาชมได้ยาก โดยเฉพาะบทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายที่ถ่ายทำในวันที่จอห์น เลนนอนเสียชีวิตให้ได้ชมกันด้วย ไปเต็มอิ่มกับฉากชีวิตของผู้ชายคนนี้ได้เลยตลอด ชั่วโมงเต็ม 

แนะนำให้ชมเติมพลังในเช้าวันอาทิตย์ 



Paul McCartney ใน “McCartney 3, 2, 1 – ใครเป็นคอดนตรี โดยเฉพาะถ้าเป็นแฟนเพลงของวง The Beatles และพอล แม็คคาร์ทนีย์เรียกว่าพลาดไม่ได้ เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะโฟกัสไปที่การนั่งคุยแบบตัวต่อตัวระหว่างพอล แม็คคาร์ทนีย์กับสุดยอดโปรดิวเซอร์ระดับตำนานอย่าง “ริค รูบิน” เพื่อพูดคุยแบบยาวๆ ตั้งแต่การทำงานในวง The Beatles ในอดีต เรื่อยมาจนถึงการก้าวมาเป็นศิลปินเดี่ยวของพอลที่ ณ วันนี้ผ่านหลักปีที่ 50 มาแล้ว รวมไปถึงการพูดคุยกันถึงเรื่องการเขียนเพลง และเรื่องราวส่วนตัวที่พาให้เกิดเพลงดีๆ มากมาย ซึ่งในซีรีส์ความยาว ตอนนี้มีให้ฟังกันแบบเต็มอิ่มเลยทีเดียว  

แนะนำให้ชมเพลิดเพลินกันต่อแบบยาวๆ ในบ่ายวันอาทิตย์ 



“Summer of Soul (…Or, When the Revolution Could Not Be Televised) – บทบันทึกแห่งพลังของเพลงโซลที่เป็นทั้ง music film และเป็นทั้งสารคดีที่เผยให้เห็นประวัติศาสตร์ทางดนตรีในช่วงเวลาสำคัญของวงการเพลงโซล จาก Harlem Cultural Festival ปี 1969 ซึ่งมีศิลปินแถวหน้ามาปรากฏตัวเพื่อแสดงสดมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Stevie Wonder, Mahalia Jackson, Nina Simone, The 5th Dimension, The Staple Singers, Gladys Knight & the Pips, Blinky Williams, Sly and the Family Stone และ the Chambers Brothers แม้ในวันนั้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอะไร แต่ในวันนี้ เมื่อย้อนกลับไปชม เหตุการณ์นั้นคือหมุดหมายสำคัญแห่งวงการดนตรีที่คนรักเพลงโซลต้องไปติดตาม 

แนะนำให้ชมปิดท้ายค่ำวันอาทิตย์แบบเต็มอิ่มพลังโซลก่อนเข้าสัปดาห์ใหม่ 

 

สนุกกับคอนเสิร์ตและภาพยนตร์เพลงแบบพิเศษๆ จากดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์กันแล้ว ใครอยากร่วมแชร์ประสบการณ์ทางดนตรีครั้งนี้ออนไลน์ อย่าลืมใส่แฮชแท็ค #DisneyMusicFestivalTH ด้วยนะ

Post a Comment

Previous Post Next Post