รีวิว Mix Fold สมาร์ทโฟนกล้องเลนส์เหลวตัวแรกของโลก และหน้าจอพับได้รุ่นแรกจาก Xiaomi


สวัสดีครับ หากจะพูดถึงสมาร์ทโฟนจากเสียวหมี่ที่เปิดตัวได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของปีนี้และมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆสุดล้ำก็คงหนีไม่พ้นกับ Xiaomi Mix Fold สมาร์ทโฟนหน้าจอพับเครื่องแรกจาก Xiaomi ที่มีดีกว่านั้นคือเรื่องของกล้อง ที่เลือกใช้งานเทคโนโลยีเลนส์เหลวครั้งแรกของโลกสมาร์ทโฟน และสำหรับใครที่ไม่สะดวกอ่านสามารถรับชมได้ในรูปแบบของวิดีโอได้เช่นกันครับ 
 

- Design -


การออกแบบของ Mix Fold นั้นมีจุดเด่นตรงบานพับที่มีการเขียนว่า " Innovation For Everyone " สีเงินเงางามให้ความหรูหรา สามารถพับได้ถึง 200,000 ครั้ง อันนี้ผมอิงมาจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเสียวหมี่ โดยทั่วไปใน 1 วันของผมมีการเปิด-ปิดหน้าจอด้านในมากกว่า 20 ครั้ง นั่นเท่ากับว่าเราสามารถใช้งาน Mix Fold ได้ยาวนานกว่า 2 ปีเลยทีเดียว


Mix Fold มาพร้อมกับหน้าจอด้านนอกเป็น AMOLED ขนาด 6.52" อัตรารีเฟรชเรต 90Hz ความละเอียด HD (2520x840px) อัตราส่วน 27:9 รองรับมาตรฐาน Dolby Vision และ HDR10+ ความสว่างสูงสุดในการใช้งานทั่วๆไปสูงถึง 700 nits มั่นใจได้ในระดับนึงว่าการสู้แดดยังพอที่จะนำออกไปใช้ได้ และการรับชมคอนเทนต์ HDR10+ และ Dolby Vision ความสว่างสูงสุดที่ 900 nits ในส่วนของมาตรฐานสีบนหน้าจออยู่ในระดับ DCI-P3 สีตรงในระดับเรือธง 


กล้องหน้าจะมีเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้นบนจอด้านหน้า และจอด้านในก็ไม่มี และหากใครจะเอากล้องหลักเป็นกล้องถ่ายเซลฟี่ก็ทำไม่ได้ นั่นเท่ากับว่าทุกการถ่ายภาพเซลฟี่หรือการใช้คุยประชุมทำได้แค่กล้องหน้าตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้น อาจจะลำบากสายประชุมบนมือถือที่จะใช้ได้เพียงจอเล็กๆด้านนอกอย่างเดียวเท่านั้น โดยกล้องมีความละเอียดอยู่ที่ 20MP ระยะ 27มม. รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ Full HD 60 fps เท่านั้น





เราจะเห็นว่ารายละเอียดกล้องหน้าของ Mix Fold อาจไม่ได้ดีเท่าไหร่ ผมคิดว่ามันเหมาะสำหรับการนำไปใช้ในการประชุมมากกว่าผู้ใช้งานสายเซลฟี่เป็นหลัก แม้ว่าจะมีโหมดกล้องหน้ามาให้เยอะก็ตาม


ขอบเครื่องของ Mix Fold นั้นเป็นอลูมิเนียม และมีปุ่มพาวเวอร์ที่รวมการสแกนลายนิ้วมือมาไว้อยู่ในปุ่มเดียว ข้อดีคือตอนที่เรากางใช้หน้าจอการใช้งานสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มพาวเวอร์นั้นสะดวกมากเลยทีเดียว ส่วนการขับถือต้องยอมรับเลยว่านี่คือสมาร์ทโฟนจอพับเครื่องแรกของผมที่มันหนักมาก พอเรามาดูสเปกน้ำหนักของตัวเครื่องที่หนักถึง 317 กรัมแล้วก็ร้องอ๋อเลย สมแล้วทำไมรู้สึกหนักมาก และเมื่อเราใส่เคสในการใช้งานด้วยเมื่อไหร่ ด้วยขนาดที่เพิ่มความกว้างและความหนามากขึ้นยิ่งทำให้การจับถือนั้นลำบากมากกว่าเดิม (ในจุดนี้อาจเป็นเพระาผมใช้มือถือเครื่องเล็กและบางมาโดยตลอดทั้ง Google Pixel 4, iPhone 12 และ Galaxy S21+)


สำหรับหน้าจอด้านในเป็นหน้าจอพลาสติกขนาด 8.01" ความละเอียด 2K (2480x1860px) อัตราส่วน 4:3 รีเฟรชเรต 60Hz รองรับมาตรฐาน Dolby Vision และ HDR10+ พร้อมมาตรฐาน DCI-P3 ความสว่างสูงสุด 600 nits ในการใช้งานทั่วไป และการใช้งานรับชมคอนเทนต์ HDR10+ และ Dolby Vision ความสว่างสูงสุด 900 nits สำหรับการใช้งานหน้าจอด้านในของ Mix Fold ถือว่าหน้าประทับใจทั้งด้านความสว่างในการใช้งานและความคมชัด บวกกับหน้าจอขนาดใหญ่สามารถใช้แทน แท็บเล็ตมินิได้อย่างสบายๆ และถาดซิมของ Mix Fold สามารถใส่นาโนซิมได้ 2ซิม ไม่สามารถเพิ่มเนื้อที่ภายในผ่าน microSD ได้นะครับ


และกล้องหลังของ Mix Fold ที่เป็นครั้งแรกของโลกกับเลนส์เหลวบนกล้องระยะซูมออปติคัล 3 เท่า ความละเอียด 8MP สามารถรูปดิจิทัลได้ไกลสุดถึง 30เท่า และด้วยความที่ใช้งานเป็นเลนส์เหลวเรื่องการโฟกัสนั้นจะทำงานได้อย่างรวดเร็วกว่าสมาร์ทโฟนทั่วๆไปที่มีมาในตลาด รวมไปถึงความสามารถนำไปใช้งานเป็นกล้องระยะมาโครไกล้วัตถุมากสุดถึง 3เซนติเมตร และระหว่างการใช้งานมาโครถ้าไม่พอใจความใกล้แล้วยังสามารถซูมตอนถ่ายมาโครได้อีกด้วย ถือเป็นอะไรที่พิเศษสุดๆของ Mix Fold ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นไหนในตลาดเทียบเรื่องการโฟกัสของเลนส์ซูมและการถ่ายมาโครได้ 

ส่วนเลนส์กล้องหลักเป็นเป็น Samsung ISOCELL HM2 108MP F/1.75 ด้วยการใช้งานเทคโนโลยีแบบรวมพิกเซล 9 ใน 1 ทำให้ถ่ายภาพทั่วไปที่ขนาด 12MP ด้วยพิกเซลขนาด 2.1μm เก็บแสงได้อย่างดีเยี่ยม คมชัดสะใจไม่แพ้เรือธงค่ายอื่นๆและกล้องตัวสุดท้ายอัลตร้าไวด์ 123 องศา ความละเอียด 13MP F/2.4 ทั่วๆไป


ถ้าหากว่าใครที่กำลังหาสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับลำโพงที่ดังสุด มิติเสียงลำโพงจัดว่าอยู่ระดับบนที่สุดแล้วในตอนนี้คงต้องยกให้ Mix Fold ด้วยลำโพง 4 ตัว Sound By Harman / Kardon การันตีเรื่องคุณภาพได้เป็นอย่างดี มีโหมดในการรับชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเสียงคนพูดให้แยกได้อย่างชัดเจนในการใช้งาน


พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆของ Mix Fold เป็นพอร์ต USB-C ที่รองรับระบบการชาร์จไฟทั้ง PD3.0, Qualcomm QC4.0+ และทีเด็ดสุดคือ Xiaomi Turbo Charge ผ่านอแดปเตอร์ภายในกล่อง 67W กับสายชาร์จ 6A ทำให้ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่เต็มจาก 0 - 100% ในระยะเวลาเพียง 37 นาที และโดยตัวผมเองที่ชาร์จแบตเตอรี่ืทุกครั้งที่แบตต่ำกว่า 25% ทำให้ใช้เวลาในการชาร์จจริงๆไม่ถึง 30 นาทีเท่านั้น ถือเป็นหนึ่งสิ่งที่ประทับใจของเสียวหมี่มากๆ เพราะนี่คือมือถือที่มีแบตเตอรี่ 5,020 mAh ที่พอใช้งานจริงสามารุชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็มเร็วจนน่าเหลือเชื่อ เรียกได้ว่า สมาร์ทโฟนแบตเตอรี่ 4พัน mAh กว่าๆ ที่มีเทคโนโลยีชาร์จเร็วยังต้องหลบ


ส่วนเคสที่แถมมาให้ในกล่องจะเป็นเคสแบบแยกชิ้นด้านหน้าและด้านหลังออกจากกัน ความตลกของเคสชิ้นนี้ก็คือ การออกแบบการยึดติดกรอบกับตัวเครื่องที่ใช้งานเป็นกาวสองหน้า และถ้าหากว่าผู้ใช้งานถอดเข้าออกบ่อยๆ บอกได้คำเดียวว่าเคสมันจะไม่ยึดติดกับสมาร์ทโฟนของคุณ โดยเฉพาะกรอบติดกับหน้าจอที่ของผมในเวลานี้ เอามาใส่แทบไม่ติดกับตัวเครื่องแล้ว 

- Experience - 


ผมต้องขอบอกไว้ก่อนว่า วันที่เราทำรีวิว ณ วันนี้คือช่วงเดือน 6 ปี 2021 ที่ Mix Fold ยังคงเป็น Android 11 ครอบทับด้วย MIUI 12.0.11 เท่านั้น ยังคงไม่ได้อัพเดทเป็น MIUI 12.5 เวอร์ชั่นล่าสุดจากทางเสียวหมี่ ซึ่งบางฟีเจอร์ในการใช้งานของ Mix Fold ยังคงความ งงๆ ตามสไตล์ของ MIUI ที่ต้องยอมรับว่าถึงแม้จะเป็นรุ่นที่มีราคาสูงกว่า 4หมื่น 5หมื่น ก็ตาม ก็ยังเจอปัญหาในเรื่องของอาการ Force Close ของตัวแอพเอง หรืออาการบั๊คบางที Always on Display ติดๆดับๆเอง หรือจะเป็นการใช้งาน Gesture ที่บางทีก็ใช้ได้ บางทีก็ใช้ไม่ได้ ทุกอย่างยังคงเจอเหมือนกับ MIUI ทั่วๆไป ซึ่งหากใครคิดว่าซื้อเสียวหมี่มาเพื่อรอมโม ฝันไปได้เลยถ้าไม่ทำเฟิร์มแวร์ของตัวเองเพราะ รุ่นนี้ขายเฉพาะจีนเท่านั้น มีนักพัฒนาน้อยคนเท่านั้นที่จะได้ทำเฟิร์มแวร์นอกให้ Mix Fold ตัวนี้ 


ในด้านของประสิทธิภาพนั้นหายห่วงไปได้เลยเพราะ Mix Fold มาพร้อมกับแรมเริ่มต้น 12GB และในรุ่นพิเศษ 16GB พร้อมขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 888 5G ที่ในรอบนี้ความร้อนจัดการได้ดีกว่า Mi11 แบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย น่าจะเพราะพื้นที่มีมากว่าทำให้การกระจายและระบายความร้อนทำได้ดีกว่ามาก ส้วนเนื้อที่ภายในที่ให้มาเป็น UFS3.1 ครับ ฮาร์ดแวร์ทุกอย่างคือระดับเรือธงทั้งหมดครับ


ฟีเจอร์การใช้งานต่างๆเรียกว่าจัดเต็มครบสำหรับการรับชมและการใช้งานเลยครับ ยิ่งฟีเจอร์หน้าจออันนี้ผมชอบมากนะไม่ว่าจะเป็น AI HDR ที่เหมาะต่อรับชม และ Super Resolution ที่เห็นชัดว่าภาพนั้นคมชัดมากขึ้นแต่แรกมาด้วยการกินพลังงานที่มากกขึ้นด้วย ส่วน MEMC ถ้าหากใครเป็นสายชอบชมภาพยนตร์ต้องติดใจ เพราะทุกเรื่อง ทุกคลิปที่เราดูจะสมูธขึ้นแบบชัดเจน เหมือนดูบนจอทีวีระดับไฮเอนด์เลยครับ และสุดท้ายคือเรื่องของการใช้งาน 5G แม้จะเป็นเครื่องแต่ยังสามารถเปิดใช้งาน 5G ได้อย่างสบายใจครับ ตัวผมเองใช้ True 5G ไม่มีปัญหาอะไรเลย


ส่วนการเล่นเกม สามารถเล่นทุกเกมได้อย่างสบายๆได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ในอัตราส่วน 4:3 ที่ต้องบอกว่าแม้ว่ามันจะใหญ่ก็ตาม แต่ด้วยอัตราส่วนที่มันแคบ ทำให้การเล่นเกมที่เป็นเกมยิงปืนจะเสีบเปรียบกว่าอุปกรณ์ที่มีอัตราส่วน 16:9 ไปจนถึง 21:9 ครับ จากการที่ผมได้ทดลองเกมยิงปืนมากับตัว ต้องย้ายกลับไปเล่นที่เครื่องเก่าทันทีเลยเพราะมุมมองการมองมันแคบไป แต่ถ้าหากเอามาเล่นเกม MOBA. MMORPG, RPG ต่างๆแล้วละก็จะได้หน้าจอที่ใหญ่เต็มตาสะใจในการใช้งานครับ


ด้วยความที่หน้าจอด้านในของ Mix Fold นั้นมีความใหญ่เท่าแท็บเล็ตไซส์เล็ก แต่สิ่งที่ได้มาในการใช้งานกลับต้องบอกว่าน่าผิดหวัง เพราะการใช้งานแอพต่างๆสามาถเปิดหน้าต่างพร้อมกันได้เพียงแค่ 2 หน้าจอ ซ้าย-ขวา เท่านั้น ไม่สามารถเปิดหน้าจอที่ 3, 4 ได้แบบแอนดรอยด์หน้าจอพับค่ายอื่นๆ และถึงแม้ว่าจะมีการชูโรงในฟีเจอร์ของ Floating Windows ก็ตาม แต่ถ้าหากเราใช้งานแยกหน้าจอ 2 หน้าจอแล้วก็ไม่สามารถเพิ่มอีกแอพทำงานแบบหน้าจอที่ 3 ได้อยู่ดี 


เราอาจจะเห็นแล้วว่า Mix Fold ใช้งานบนหน้าจอได้ทีละ 2 แอพตามที่บอกไป ซึ่งเสียวหมี่ก็คิดมาแล้วละครับจึงได้ทำการเปิดตัว PC Mode มาพร้อมกับ Mix Fold ด้วยกันเลยครับ แต่ความผิดพลาดของ PC Mode มันไม่ใช่ว่าไม่มี แต่มันมีคือ PC Mode ใช้งานได้เฉพาะหน้าจอแนวนอนเท่านั้น หากว่าจะนำอกไปใช้งานด้านนอกก็ต้องหาแท่นวางติดมือไปด้วย ในการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดและเมาส์ หรือจะเป็นการใช้งานแอพต่างๆของ PC Mode ก็ตาที่ไม่สามารถขยายหน้าต่างของแอพนั้นๆได้หรือใช้งาน Full Screen ได้ มีเพียงไม่กี่แอพเท่านั้นที่สามารถใช้งาน Full Screen ได้บน PC Mode คือ Chrome ก็แอบสงสัยว่าถ้าอยากทำงานด้านออฟฟิศผ่าน PC Mode แต่ไม่สามารถขยายหน้าจอของแอพนั้นได้แล้วจะไปมีประโยชน์ตรงไหนต่อการใช้งาน 


สำหรับแบตเตอรี่ของ Mix Fold แม้วจะให้แบตเตอรี่มาถึง 5,020 mAh ก็ตาม เราจะเห็นว่าจากการใช้งานเพียง 3 ชั่วโมงแบตเตอรี่จะลดไปสูงถึง 40% ซึ่งถ้าหากว่าใครต้องการสมาร์ทโฟนในการใช้งานได้เต็มวันอาจต้องมองข้าม Mix Fold ไปก่อน แต่ถ้าหากว่าไม่ซีเรียสในหนึ่งวันต้องมีการชาร์จบ้าง Mix Fold ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจของมือถือหน้าจอพับได้เลยครับ ด้วยราคาเปิดตัวที่ถูกที่สุดในตลาดจอพับได้ที่เป็นระดับเรือธง 

- Camera -


เรื่องที่หลายคนต่างรอคอยคงหนีไม่พ้นเรื่องของกล้องครับ จากการที่ผมได้ใช้งานมาสักพักนึงแล้ว ต้องยอมรับว่า Xiaomi Surge C1 ถือเป็นหนึ่งในตัวปัญหาของการโปรเซสเลยก็ว่าได้ ถ้าถ่ายโหมดทั่วไปถือว่าโอเคร ไม่ได้แย่แค่ HDR ที่ทำงานเหมือนเรากำลังอยู่ในยุคของ Nokia Lumia แต่ถ้าหากใช้ Night Mode จะกลายเป็นดินน้ำมันเลยทีเดียว


แต่ความดีงามของแอพอัลบั้มของ Xiaomi นี่แหละที่ทำให้น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งรูปที่ทำได้หลากหลายมาก และการเปลี่ยนท้องฟ้าที่ AI ตัดขอบและการจัดแสงให้เข้ากับโหมดได้เนียนจริงๆ ซึ่งหากใครที่เป็นสายแต่งรูปต้องชอบส่วนนี้ของเสียวหมี่อย่างแน่นอนครับ 

สำหรับภาพถ่ายของกล้องหลังจะออกมาเป็นยังไงไปรับชมกันครับ

- macro - 







- ระยะอัลตร้าไวด์ - ระยะทั่วไป - ระยะซูม -




























- Verdict - 


Xiaomi Mix Fold ถือเป็นก้าวที่ดีของสมาร์ทโฟนจอพับเครื่องแรกจากเสียวหมี่ แต่ที่เหลือคือซอฟต์แวร์ที่ทางเสียวหมี่ต้องขยันให้มากกว่านี้สำหรับการลงตลาดระดับพรีเมี่ยมครับ เพราะนี่คือสมาร์ทโฟนในระดับราคาที่สูงกว่า 4หมื่นบาท แต่ยังเจอปัญหาด้านซอฟต์แวร์อยู่มากมายซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนที่มีราคาเกิน 3หมื่นบาท ถ้ามีก็ต้องมีน้อย ไม่ใช่มีให้ผู้ใช้ลุ้นเองว่าจะเจออะไรใหม่ๆตลอดเวลาให้กลุ้มใจ ส่วนตัวผมยังไม่ขอแนะนำให้ใครที่ชอบความเสถียรมาลองเพราะคุณจะไม่ได้จากสมาร์ทโฟนที่แพงที่สุดตัวนี้จากเสียวหมี่เลย แต่ถ้าหากใครที่อยากลองกล้องเลนส์เหลวจริงๆแนะนำให้มาลองครับ เป็นมิติใหม่ที่เราจะได้จากมือถือที่โฟกัสได้ไวที่สุดตั้งแต่เจอมาครับ 

สำหรับรีวิวต่อไปของเราจะเป็นอะไรไว้พบกันครับ ขอเก็บออมต่อไปสักครู่ครับ

No comments: