Taboola (Nasdaq: TBLA) ผู้นำระดับโลกด้านการโฆษณาที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และรองรับการขยายแคมเปญในวงกว้าง ประกาศรายงานฉบับใหม่ชื่อว่า The Data Advantage ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญในแวดวงโฆษณา ตลอดจนความท้าทายที่ผู้ลงโฆษณาต้องเผชิญในการทำแคมเปญการตลาดในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ผู้ลงโฆษณาต้องเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงผู้บริโภคที่ค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข่าว ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เปรียบเทียบราคา หรือใช้ AI ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการค้นหาข้อมูล ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ใช้เวลาเกือบ 13 ชั่วโมงต่อวันไปกับการอ่านข่าวและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า
รายงาน The Data Advantage แสดงให้เห็นว่า ผู้ลงโฆษณากำลังปรับตัวอย่างไรเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ผู้ลงโฆษณาเพิ่มงบเกือบ 10% เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ โดย 30% ระบุว่าการขยายฐานลูกค้าเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการเพิ่มงบโฆษณา
- แม้จะตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า แต่ผู้ลงโฆษณาถึง 81% กลับยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้ และยังคงยิงโฆษณาซ้ำไปหาลูกค้ากลุ่มเดิม
- ผู้ลงโฆษณาระบุว่า การระบุตัวตนลูกค้าที่เข้ามาดูโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ แต่ยังไม่ซื้อสินค้าเป็นเรื่องยาก ทำให้ต้องกลับไปเจาะกลุ่มเป้าหมายเดิมซ้ำ ๆ โดย 75% ระบุว่าประสบปัญหาในการจดจำว่าเป็นลูกค้าคนเดิมหรือไม่ ที่เข้ามาดูสินค้า ในหลายช่องทางแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ
- ผู้ลงโฆษณาต้องการกระจายงบโฆษณาไปยังช่องทางอื่น นอกเหนือจากแพลตฟอร์มปิด โดย 81% พร้อมเพิ่มงบบนสื่อและเว็บไซต์ข่าว หากแก้ปัญหาการระบุตัวผู้บริโภคได้สำเร็จ
Adam Singolda ซีอีโอของ Taboola กล่าวว่า “เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการค้นหาข้อมูลมากขึ้น และพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป แบรนด์และเอเจนซีต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการซื้ออะไรจริง ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ" “บนแพลตฟอร์มที่อยู่นอกระบบปิด ผู้ลงโฆษณายังเจอปัญหาในการระบุตัวตนผู้บริโภค ทำให้ต้องยิงโฆษณาหาคนกลุ่มเดิมซ้ำ ๆ และพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่อีกมาก การพัฒนาระบบระบุตัวตนและการวัดผลบน Open Web จะช่วยให้แบรนด์ต่างๆ ก้าวข้ามขีดจำกัดในการยิงโฆษณาแบบเดิม และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่มีศักยภาพสูง”
รายงาน The Data Advantage จัดทำขึ้นจากผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงด้านการตลาดและโฆษณากว่า 300 คน ในบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน และใช้งบประมาณการตลาดอย่างน้อย 300,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
