Bentley เปิดราคา พร้อมรับจอง ‘Torcal’ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าโฉมใหม่ เริ่มต้น 13.89 ล้านบาท

The all-new Bentley Torcal

  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว ‘Torcal’ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ณ กรุงลอนดอน โดยนับเป็นโมเดลรุ่นที่ 4 ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์
  • Torcal ได้รับการออกแบบ พัฒนาทางวิศวกรรม และประกอบขึ้น ณ เมืองครูว์ โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายซัพพลายเออร์ทั่วสหราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในภาคการผลิตของอังกฤษ   
  • ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ามอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยพละกำลังสูงสุด 888 แรงม้า (PS) และแรงบิด 1,350 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที
  • เทคโนโลยีแชสซีที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมายกระดับความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมไปอีกขั้น
  • Torcal มอบพิสัยการเดินทางสูงสุด 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมรองรับการชาร์จไฟจาก 10-80% ภายใน 16 นาทีด้วยกำลังไฟ 400 กิโลวัตต์
  • เสียงเครื่องยนต์ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์โดยเหล่านักดนตรีจากแรงบันดาลใจของจังหวะการทำงานในเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 6¾ ลิตร ช่วยเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
  • วัสดุและพื้นผิวภายในห้องโดยสารชุดใหม่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรังสรรค์สุดยอดยนตรกรรม โดยยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน
  • Torcal เปิดตัวทั้งในรุ่นมาตรฐานและรุ่น S ที่เน้นความสปอร์ต
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดรับจอง Torcal เริ่มต้น 13.89 ล้านบาท* พร้อมมอบเอกสิทธิ์การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า

(กรุงเทพฯ 8 ตุลาคม 2569) เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจอง ‘Torcal’ (ทอร์คัล) ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ เทคโนโลยี ความประณีตในการรังสรรค์ วัสดุ และความยั่งยืน ราคาเริ่มต้น 13.89 ล้านบาท* พร้อมรับเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 10 ปี หรือ 258,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Factory Warranty) และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม

*หมายเหตุ: ราคาเริ่มต้นดังกล่าวอ้างอิงจากโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นำเข้า ณ ปัจจุบัน ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังการประกาศปรับโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่อย่างเป็นทางการจากภาครัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569)

Bentley Torcal

ดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและล้ำสมัย

ทีมออกแบบ ณ เมืองครูว์ นำโดย Robin Page ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ได้รังสรรค์ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่มีรูปทรงโฉบเฉี่ยว โดยนำเสนอภาษาการออกแบบใหม่ที่โดดเด่นและสะท้อนถึงดีเอ็นเอของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างแท้จริง 

สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือ สัดส่วน ฐานล้อที่ยาว ระยะด้านหน้าและด้านหลังที่สั้น และด้านหน้าที่ดูสง่างาม สร้างท่าทางที่ทรงพลัง สะท้อนถึง ‘ความสง่างาม’ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการออกแบบที่สำคัญของเบนท์ลีย์ เมื่อรวมกับหลักการของ ‘ฝากระโปรงหน้าแบบไร้ขอบ’ (Endless Bonnet) องค์ประกอบเหล่านี้เน้นย้ำถึงความยาว ความโดดเด่น และคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเบนท์ลีย์

Bentley Torcal Design

สำหรับองค์ประกอบด้านกราฟิกของตัวรถช่วยสะท้อนถึงอัตลักษณ์และบุคลิกเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนหน้าของตัวรถ กลิ่นอายความคลาสสิกจากรถยนต์เบนท์ลีย์ระดับตำนานอย่าง Continental T ได้รับการตีความใหม่ผ่านเทคโนโลยีระบบไฟอันล้ำสมัยและกระจังหน้าลายเพชรที่โดดเด่นด้วยการเรืองแสง ส่วนด้านท้ายของตัวรถนั้น เส้นสายกราฟิกที่เรียบง่ายและสะอาดตาได้ก่อให้เกิดรูปทรงที่เปรียบเสมือน ‘โล่แห่งความสง่างาม’ (Prestigious Shield) ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบที่เคยนำเสนอเป็นครั้งแรกในรถยนต์ต้นแบบรุ่น EXP 15

ในส่วนของพื้นผิว รูปทรง ปริมาตร และวิธีที่แสงตกกระทบบนตัวถัง Torcal จงใจลดเส้นสายที่ไม่จำเป็นลงเพื่อให้พื้นผิวและสัดส่วนสร้างอารมณ์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Bentley Torcal Top view

สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ส่วนท้ายที่ทรงพลัง ห้องโดยสารลาดไปทางด้านหลัง ทำให้เกิดตัวถังที่สร้างขึ้นเหนือซุ้มล้อหลังที่ทีมออกแบบอธิบายลักษณะเหมือน 'สัตว์ร้ายที่กำลังพักผ่อน' (Resting Beast) ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและพลังงานที่อยู่ภายใน

รายละเอียดและงานฝีมือได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยลวดลายรูปทรงเพชรที่ปรากฏแทรกซึมอยู่ทั่วทั้งองค์ประกอบของ Torcal ซึ่งบางจุดก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่บางจุดถูกถ่ายทอดออกมาผ่านพื้นผิว สัมผัส และลวดลายต่างๆ

Bentley Torcal Dashboard

การออกแบบแผงหน้าปัดยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากโลโก้ ‘Bentley Wings’ ที่สร้างความสมมาตร พลัง และความสมดุล ในขณะที่พื้นผิวเรียบที่โดดเด่นช่วยให้วัสดุแท้อย่างหนัง ขนสัตว์ วีเนียร์ และอะลูมิเนียมเผยเสน่ห์เฉพาะตัวออกมา

ปุ่มควบคุมและช่องระบายอากาศทรงกลมที่ได้รับการออกแบบใหม่ สะท้อนถึง "การผสมผสานอันน่ามหัศจรรย์" ระหว่างงานฝีมือและเทคโนโลยีของเบนท์ลีย์ ปุ่มควบคุมยังคงติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางและพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

Bentley Torcal front seat

The all-new Bentley Torcal seats

เบาะโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง ระบบปรับอุณหภูมิเบาะโดยสาร ระบบระบายอากาศ ปีกเบาะโดยสารที่ปรับระดับได้ และฟังก์ชันนวดแบบใหม่ 

อีกทั้ง นวัตกรรมใหม่อย่าง Postural Adjust และ Smart Seat Climate ยังมาเป็นตัวเลือกเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล โดยระบบจะปรับเปลี่ยนรูปทรงของเบาะโดยสารอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายแรงกดทับให้เหมาะสม พร้อมทั้งปรับระบบทำความร้อนและระบายอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิของผู้โดยสารให้เป็นไปตามระดับที่ตั้งค่าไว้ สำหรับแพ็กเกจ Wellness Seat Specification นั้น ระบบนวดได้รับการพัฒนาการทำงานจากพนักพิงไปสู่เบาะรองนั่ง ทำให้สามารถนวดผ่อนคลายได้ทั้งบริเวณขา หลัง และหัวไหล่

สำหรับเบาะโดยสารด้านหลังที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 คนนั้น มาพร้อมกับระบบเบาะพับด้วยไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์

Bentley Torcal wheels

ล้ออัลลอยด์มาพร้อมกับตัวเลือก 5 ดีไซน์กับพื้นผิวสัมผัสที่หลากหลาย โดยรุ่นมาตรฐานจะมาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ในขณะที่รุ่น S จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วแบบก้านคู่ 10 ก้านเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วให้เลือกเพิ่มเติมอีก 3 รูปแบบ ซึ่งรวมถึงล้ออัลลอยด์ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะ ส่วนยางนั้นมีให้เลือกทั้งขนาด 21 และ 22 นิ้ว รวมถึงยางแบบ All-season ขนาด 22 นิ้วที่เข้ามาเติมเต็มทางเลือกในการออกแบบ

Torcal ยังถือเป็นรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นแรกที่มาพร้อมกับโลโก้เบนท์ลีย์ที่ได้รับการออกแบบใหม่และปรับโฉมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา

Bentley Torcal performance

สมรรถนะอันเหนือชั้นแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์

Torcal คือ ยนตรกรรมรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน โดยมอบสมรรถนะการขับขี่จากการผสานพละกำลังอันมหาศาลที่มาพร้อมความนุ่มนวลและแม่นยำในการควบคุมด้วยพละกำลังสูงสุดถึง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดถึง 1,350 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขแรงบิดที่สูงที่สุด Torcal สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที ทว่ายังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย นุ่มนวลต่อเนื่อง และเปี่ยมด้วยความหรูหราสง่างาม สมรรถนะระดับนี้เป็นสิ่งที่ทีมวิจัยและพัฒนาตั้งใจกำหนดขึ้น โดยคำนึงถึงข้อมูลที่ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่มองว่าอัตราเร่งที่รุนแรงเกินกว่าระดับดังกล่าวนั้นอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวขณะขับขี่

ตัวรถติดตั้งมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรทรงพลังสองตัว ทั้งสองตัวเป็นแบบน้ำมันแห้งและเติมน้ำมันตลอดอายุการใช้งาน ในขณะที่มอเตอร์ด้านหน้าใช้เฟืองท้ายแบบเปิด มอเตอร์ด้านหลังใช้เฟืองท้ายแบบล็อกได้พร้อมคลัตช์แบบหลายแผ่นบนเพลาส่งกำลังแต่ละตัว

The all-new Bentley Torcal EV

ชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ Pouch cell จำนวน 192 เซลล์ที่ต่ออนุกรมกัน โดยมีแรงดันไฟฟ้าปกติอยู่ที่ 800 โวลต์ และมีความจุสุทธิรวม 113 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ทั้งนี้ แบตเตอรี่ดังกล่าวมาพร้อมกับการรับประกันครอบคลุมระยะทาง 160,000 ไมล์ หรือ ระยะเวลา 10 ปี

ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟเต็มรูปแบบได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์ และโช้คอัพแบบปรับได้สองวาล์ว มอบความนุ่มนวลราวกับ “พรมวิเศษ” พร้อมทั้งยังสามารถปรับแต่งแชสซีให้เหมาะสมกับโหมดการขับขี่แต่ละแบบได้ โช้คอัพแต่ละตัวสามารถยกขึ้นหรือลดลงได้อย่างอิสระและทันที ตอบสนองต่อทั้งสภาพถนนและการควบคุมของผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เหล็กกันโคลง แต่ใช้โช้คอัพเพื่อสร้างแรงบิดต้านการโคลงที่ปรับได้ไม่จำกัด พร้อมด้วยความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นอีกด้วยระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นมาตรฐาน โดยใช้มุมบังคับเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 5 องศาเพื่อลดรัศมีวงเลี้ยวให้เหลือเพียง 11.1 เมตร

Bentley Torcal braking system

ระบบเบรกมาตรฐานเป็นแบบเหล็ก (Iron) โดยมาพร้อมจานเบรกคู่หน้าขนาด 420 มม. และคู่หลังขนาด 370 มม. นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกอัปเกรดเป็นระบบเบรกเซรามิก Carbon Silicon Carbide (CSiC) ซึ่งใช้จานเบรกคู่หน้าขนาด 440 มม. ซึ่งถือเป็นจานเบรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้กับรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นอื่นๆ และจานเบรกคู่หลังขนาด 410 มม. โดยทั้งสองระบบมีตัวเลือกคาลิปเปอร์เบรกสีดำ สีแดง หรือสีเทา และยังมีอีก 3 สีพิเศษให้เลือกผ่านบริการของ Bentley Mulliner

Torcal พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายสำหรับการเดินทางระยะไกล ผสานความคล่องตัวและการตอบสนองที่ฉับไว รวมถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นเมื่อขับขี่ในแบบออฟโรด ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในขีดความสามารถอันหลากหลายของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ กล่าวได้ว่า Torcal มอบความสะดวกสบายเทียบเท่ารุ่น Flying Spur และให้สมรรถนะการขับขี่ที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและความคล่องตัวไม่ต่างจากรุ่น Continental GT Speed โดยประสิทธิภาพในการขับขี่นี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนบุคลิกและอารมณ์ในการขับขี่ที่แตกต่างกันได้ง่ายดาย ผ่านโหมดการขับขี่ที่คัดสรรมาให้เลือกถึง 4 รูปแบบ

Bentley Torcal featured

อรรถประโยชน์อันล้นเหลือ

Torcal มีความยาวตลอดตัวถัง 5 เมตร ถือเป็นรถยนต์แบบ 4 ประตูที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุด แต่กลับมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 460 ลิตร และพื้นที่เก็บของด้านหน้าอีก 90 ลิตร และด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 11.1 เมตร ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีความคล่องตัวสูงในการขับขี่ในเมือง ในขณะที่สามารถมอบพิสัยการเดินทางได้สูงสุด 600 กม. ช่วยให้การเดินทางไกลเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักบ่อยครั้ง นอกจากนี้ Torcal ยังรองรับการชาร์จไฟจากระดับ 10% ถึง 80% ได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาทีด้วยกำลังไฟ 400 กิโลวัตต์ ซึ่งหมายความว่าสามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 161 กม. โดยใช้เวลาชาร์จเพียง 7 นาทีเท่านั้น

เทคโนโลยี ADAS ล่าสุดมาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูงทั้งสำหรับการขับขี่และการจอดรถเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบมาพร้อมกับเรดาร์ เซ็นเซอร์ และกล้องรวม 25 ตัวติดตั้งอยู่รอบตัวรถเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ตัวรถจะสแกนสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากพบสิ่งกีดขวางบนถนนแคบ รถจะสามารถถอยหลังกลับไปยังจุดที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้โดยอัตโนมัติเพื่อให้สิ่งกีดขวางนั้นผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยอำนวยความสะดวกในการลากจูง การนำรถเข้าจอดในที่จอด และการจอดรถขนานขอบทางที่จะช่วยป้องกันความเสียหายต่อขอบล้อ รวมถึงระบบสั่งการจอดรถระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน อีกทั้งยังสามารถ "เรียนรู้" และจดจำรูปแบบการจอดรถที่แม่นยำเฉพาะเจาะจงได้อีกด้วย ประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บานที่ควบคุมด้วยระบบเรดาร์สามารถเปิดและปิดได้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้โดยสารสามารถสั่งปิดประตูได้เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยหรือสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสหลัก ในขณะที่ผู้ขับขี่สามารถปิดประตูฝั่งตนเองได้เพียงแค่เหยียบแป้นเบรก

หลังคาซันรูฟแบบกระจกที่ปรับเปลี่ยนความโปร่งแสงได้รุ่นใหม่ในดีไซน์ "Frosted Diamond" ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับระดับแสงและบรรยากาศได้ตามต้องการ พร้อมผสมผสานทั้งประโยชน์ใช้สอยและความหรูหราไว้อย่างลงตัว

Bentley Torcal infotainment

การรังสรรค์เสียงอันทรงพลัง

เสียงจังหวะอันทรงพลังของเครื่องยนต์เป็นสิ่งที่คงอยู่คู่ประวัติศาสตร์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์มาตั้งแต่รถยนต์คลาสสิกขนาด 3 ลิตรคันแรกในปี พ.ศ. 2462 จนถึงปัจจุบัน ทีมพัฒนาจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมโยงผ่านเสียงที่เปี่ยมด้วยพลังในลักษณะเดียวกัน โดยไม่พึ่งพาเพียงการเลียนแบบทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น พวกเขาค้นพบว่าจังหวะของเครื่องยนต์ V8 คือหัวใจสำคัญของเสน่ห์อันน่าหลงใหล และได้ใช้เครื่องดนตรีจริงอย่าง กลอง ไวโอล่า และกีตาร์เบส ร่วมรังสรรค์ Bentley Dynamic Symphony ที่สมจริง

ตั้งแต่จังหวะปกติไปจนถึงการเร่งความเร็วอย่างเต็มกำลัง เสียงที่เกิดขึ้นจากการตอบสนองต่อการขับขี่จะมอบความรู้สึกให้แก่ผู้ขับขี่ โดยเน้นย้ำถึงความรู้สึกเชื่อมโยงและการตอบสนองที่แท้จริง มากกว่าจะเป็นเพียงการจำลองเสียงเครื่องยนต์ทั่วไป เสียงที่มีพลังและหนักแน่นในย่านความถี่ต่ำนี้ได้รับการปรับจูนให้สอดคล้องกับแรงบิดที่ผู้ขับขี่ต้องการและความเร็วของรถ ซึ่งช่วยเสริมการรับรู้ถึงพฤติกรรมการใช้รถและให้ข้อมูลที่คาดการณ์ได้ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับเสียงของระบบ Dynamic Symphony จะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้โหมด Sport และสามารถปิดการทำงานได้อย่างสมบูรณ์หากผู้ขับขี่ต้องการความเงียบสงบ

Bentley Torcal interior

เสียงจากระบบสั่งการอื่นๆ ยังรวมถึงเสียงสัญญาณไฟเลี้ยว ซึ่งเป็นเสียงที่บันทึกมาจากจังหวะค้อนกระทบพื้นผิวของหนังแท้ภายในเวิร์กช็อปงานหุ้มเบาะโดยสารของเบนท์ลีย์ หรือแม้แต่เสียงแจ้งเตือนบนหน้าจอแบบสัมผัสและระบบผู้ช่วยดิจิทัลก็ยังแฝงไว้ด้วยสัมผัสแห่งความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง เพราะเป็นเสียงที่ถอดแบบมาจากเสียงของแก้วคริสตัล

นอกเหนือจากเสียงที่เกิดจากการขับเคลื่อนและเสียงการทำงานของระบบต่างๆ แล้ว Torcal ยังมาพร้อมกับตัวเลือกของระบบเครื่องเสียง 2 รูปแบบ โดยเริ่มต้นที่ระบบกำลังขับ 620 วัตต์ พร้อมลำโพง 16 ตัว และอีกทางเลือกหนึ่งคือระบบที่พัฒนาร่วมกับ Naim ซึ่งมีกำลังขับสูงถึง 1,780 วัตต์ พร้อมลำโพง 28 ตัว รวมถึงระบบสั่นสะเทือนที่เบาะโดยสารเพื่อถ่ายทอดสัมผัสทางกายภาพ (Kinaesthetic Seat Shakers) และลำโพงที่ติดตั้งบริเวณพนักพิงศีรษะคู่หน้า อีกทั้งยังรองรับระบบเสียง Dolby Atmos 7.1 อีกด้วย 

Bentley Torcal driving mode

โหมดการขับขี่และคุณสมบัติเพื่อความสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง

โหมดการขับขี่ของ Torcal ก้าวล้ำไปไกลกว่าเพียงแค่การปรับตั้งค่าช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน ผู้ขับขี่สามารถออกแบบทุกการเดินทางให้สอดคล้องกับความรู้สึกที่ผู้ขับขี่ต้องการสัมผัสด้วยโหมดประสบการณ์การเดินทาง (Experience Modes) ทั้ง 4 รูปแบบที่ได้ผสานองค์ประกอบต่างๆ ทั้งแสง สี เสียง ระบบปรับอากาศ การไหลเวียนของอากาศ และข้อมูลดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อตอบสนองต่ออารมณ์ ช่วงเวลา และสภาวะจิตใจที่แตกต่างกัน

โหมด Bentley สะท้อนความอบอุ่น ความมีชีวิตชีวา และความสมดุลที่ผสานความสะดวกสบายและงานฝีมือเข้าด้วยกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ยังคงเน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก ในขณะที่โหมด Comfort สร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบที่จะลดสิ่งรบกวนให้ได้น้อยที่สุด เสริมจังหวะการขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้น พร้อมตัวเลือกในการงดใช้อุปกรณ์ดิจิทัล โดยซ่อนข้อมูลที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากหน้าจอ

โหมดที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจที่สุดในบรรดา 4 โหมด คือ โหมด Sport ในโหมดนี้ เสียงประกอบจะสมจริงยิ่งขึ้น ภาพประกอบและบรรยากาศที่แสดงออกผ่านแสงและการตอบสนองของปุ่มควบคุมจะชัดเจนมากขึ้น 

โหมด Refresh จะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศบริสุทธิ์ ปรับแสงให้สว่างขึ้น และสร้างบรรยากาศที่ดูโปร่งโล่ง สะอาดสดชื่น ช่วยเติมพลังให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ

The all-new Bentley Torcal

ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ดียิ่งขึ้นด้วยการให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับหลักสรีรศาสตร์และความสะดวกในการใช้งานผ่านหน้าจอ OLED แบบโค้งที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเบนท์ลีย์ มอบสีดำสนิทและสีสันที่สดใสยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพและเอื้อต่อหลักสรีรศาสตร์ในการใช้งานที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของหน้าจอ

ระบบจดจำใบหน้าช่วยให้สามารถระบุตัวตนผู้ขับขี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อปรับการตั้งค่าส่วนบุคคลที่บันทึกไว้มาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเบาะโดยสารและพวงมาลัย การตั้งค่าระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) และการตั้งค่าอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าให้ทำหน้าที่เสมือนกุญแจรถ (Mobile Device Key) ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ และเข้าถึงระบบของตัวรถได้อย่างเต็มรูปแบบ    

เบนท์ลีย์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้วยการลดระยะเวลาที่ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากท้องถนนผ่านระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ Augmented Reality ที่จะฉายข้อมูลต่างๆ เช่น คำแนะนำเส้นทางและสัญลักษณ์ ADAS บนพื้นถนนลงในระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง โดยจัดวางตำแหน่งให้สอดคล้องกับทางเลี้ยวหรือจุดอันตรายต่างๆ บนท้องถนน

Bentley Torcal material

วัสดุร่วมสมัยคัดสรรอย่างยั่งยืน

ตลอดหลายชั่วอายุคน เบนท์ลีย์ได้สร้างมาตรฐานด้านงานฝีมือการตกแต่งภายในด้วยวัสดุที่ดีที่สุด และ Torcal ได้เพิ่มทางเลือกให้มากขึ้นด้วยการนำเสนอวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ แนวคิดสุดล้ำสมัย และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อนิยามความหรูหราแห่งยนตรกรรมยุคใหม่

ขนแกะเมอริโนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแฟชั่นมาอย่างยาวนานในเรื่องความนุ่มนวล ความอบอุ่น และความหรูหราสง่างามตามธรรมชาติ ทว่าที่ผ่านมาวัสดุชนิดนี้ยังขาดความทนทานสำหรับการใช้งานภายในห้องโดยสารรถยนต์ ล่าสุด ทีมงานด้านสี วัสดุ และการตกแต่งของเบนท์ลีย์ได้ร่วมมือกับ Fox Brothers ซึ่งเป็นบริษัทจากซอมเมอร์เซ็ตที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทอผ้าขนแกะคุณภาพสูงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ในการพัฒนาผ้าสำหรับใช้ในรถยนต์ที่ผลิตจากขนแกะเมอริโนแท้ 100% เป็นครั้งแรกของโลก เพื่อมอบมิติใหม่แห่งความอบอุ่นและความสบายให้แก่ห้องโดยสาร อีกทั้งยังนับเป็นผ้าขนแกะสำหรับยานยนต์ชนิดแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Responsible Wool Standard (RWS) อีกด้วย     

Ombré Walnut by Mulliner พื้นผิวแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Torcal นั้น ผ่านกรรมวิธีการนำเศษไม้วอลนัทที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันมากถึง 1,000 ชั้น และกระดาษคราฟต์ (กระดาษรีไซเคิล) ที่คัดสรรอย่างยั่งยืน มาอัดเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวัง แล้วจึงตัดให้มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร เฉดสีวอลนัทสี่เฉดที่แตกต่างกันจะค่อยๆ ไล่ระดับจากสีดำเข้มไปจนถึงสีเทาเข้มและสีเทาอ่อน สะท้อนความหรูหราและร่วมสมัยที่หยั่งรากอยู่ในงานฝีมือแบบดั้งเดิม

อีกหนึ่งวัสดุตกแต่งใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก คือ Sunburst Aluminium จาก Bentley Mulliner ซึ่งถือเป็นการตีความใหม่ของแผงหน้าปัดอะลูมิเนียมขัดเงาแบบ Engine-turned ของรถยนต์เบนท์ลีย์ในอดีต ลวดลายการขัดเงาแบบสามทิศทางที่ให้สัมผัสที่แม่นยำ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจในรายละเอียดของงานฝีมือเบนท์ลีย์ในมุมมองใหม่ 

สำหรับการตกแต่งภายในที่งดงามและสะดุดตา เบนท์ลีย์มีการผสานเฉดสีหนังแท้โทน Olive Tan ถึง 15 เฉดสี (รวมถึงเฉดสีใหม่ล่าสุดอย่าง Teal, Terra และ Glaze) เข้ากับวัสดุ Dinamica ในเฉดสีที่เข้าคู่กันอีก 15 เฉดสี และผ้าขนสัตว์ Merino แท้ในอีก 5 เฉดสี นอกจากนี้ยังมีทางเลือกวัสดุวีเนียร์ 6 แบบ เสริมด้วยวัสดุพื้นผิวแบบ Technical อีก 2 แบบ และพื้นผิวแบบ Piano อีก 6 เฉดสี อันได้แก่ Black, Gravity Grey, Linen, Teal, Imperial Blue และ Cricket Ball

Torcal

Torcal รุ่น Core และ รุ่น S

Torcal เปิดตัวรุ่นมาตรฐานและรุ่น S ที่เน้นสมรรถนะสไตล์สปอร์ต โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมพละกำลัง 821 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 1,194 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ส่วนรุ่น S นั้นเหนือกว่าด้วยพละกำลัง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิด 1,350 นิวตันเมตรเมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม.

รุ่น Torcal มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งในเฉดสีเงินซาติน การตกแต่งภายในแบบทูโทน และแผงตกแต่งลายไม้ Open Pore Crown Cut Walnut เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่น Torcal S ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวเพื่อสะท้อนสมรรถนะที่เหนือชั้น โดยมาพร้อมรายละเอียดการตกแต่งเพิ่มเติม ดังนี้
  • ชุดแต่งภายนอกและครอบกระจกมองข้างสีดำ
  • ไฟท้ายรมดำ
  • ดิฟฟิวเซอร์หลัง พร้อมด้วยสเกิร์ตข้างสไตล์สปอร์ตและกันชนหน้า
  • คาลิปเปอร์เบรกสีแดง
  • ตราสัญลักษณ์ ‘S’ ที่บังโคลนหน้า พร้อมด้วยโลโก้เบนท์ลีย์สีดำ
  • ลวดลายการแบ่งสีแบบ S การควิลต์ และการเดินเส้นด้ายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
  • แป้นเบรกสไตล์สปอร์ต
  • วีเนียร์ Piano Black
  • กาบบันไดแบบเรืองแสงและไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ

Bentley Torcal light

บทสรุป

ทั้งงานดีไซน์ เสียงเครื่องยนต์ และความประณีตในการรังสรรค์รถยนต์เบนท์ลีย์ล้วนก่อให้เกิดสายใยแห่งความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างมนุษย์และยนตรกรรม ทุกองค์ประกอบของ Torcal ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ วิศวกรรม เทคโนโลยี หรือศิลปะแห่งงานช่าง ล้วนได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้น โดยเป็นการผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับงานฝีมืออันทรงคุณค่าเหนือกาลเวลาเพื่อถ่ายทอดมิติใหม่แห่งความผูกพันอันลึกซึ้งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์รถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคัน

สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
Previous Post Next Post