การอัปเดตครั้งนี้นำคอนเทนต์จาก MotionVFX มาไว้ใน Final Cut Pro โดยตรง พร้อมเพิ่มแอสเซทวิดีโอใน Content Hub, ขยายเครื่องมือสร้างสรรค์เพลงใน Logic Pro รวมถึงฟีเจอร์ความชาญฉลาดใหม่ๆ ใน Logic Pro, Keynote, Pages และ Numbers
คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple ได้เปิดตัวการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับ Apple Creator Studio คอลเลกชั่นแอปสร้างสรรค์อันทรงพลังที่ออกแบบมาเพื่อส่งมอบเครื่องมือระดับสตูดิโอให้อยู่ในมือของครีเอเตอร์ยุคใหม่ ทั้งบน Mac, iPad และ iPhone Final Cut Pro สำหรับ Mac มาพร้อม MotionVFX ในตัว ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นวิชวลเอฟเฟ็กต์, ปลั๊กอิน, ทรานซิชัน, เทมเพลต และเครื่องมือโมชั่นกราฟิกอันหลากหลาย อีกทั้งยังทำงานร่วมกับ Pixelmator Pro ได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อเพื่อการปรับแต่งแก้ไขรูปภาพ ส่วน Content Hub ที่ผ่านการคัดสรรโดย Apple ได้เพิ่มแอสเซทวิดีโอเข้ามาแล้ว และพร้อมให้ใช้งานใน Final Cut Pro ครีเอเตอร์สายดนตรีที่ใช้ Logic Pro สำหรับ Mac จะได้สัมผัสกับผู้ช่วยอัจฉริยะใหม่ในเวอร์ชั่นเบต้า Stem Splitter ที่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถแยกเสียงกลองได้แล้ว รวมถึง Browser ดีไซน์ใหม่ที่รวบรวมทุกเสียงเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการทำความเข้าใจดนตรี (music understanding) และยังมีคลังเสียง Splice อีกด้วย Pixelmator Pro เปิดตัว Generate Fill ซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่เลือกของรูปภาพได้ด้วยภาษาธรรมชาติ Keynote, Pages และ Numbers เปิดตัวฟีเจอร์ AI ใหม่ในเวอร์ชั่นเบต้า รวมถึงผู้ช่วย ที่เข้าใจบริบทของเอกสาร และการรองรับ Model Context Protocol (MCP) ใหม่สำหรับกระบวนการทำงานอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังเพิ่มสต็อกวิดีโอใน Content Hub พร้อมธีมและเทมเพลตใหม่ๆ ระดับพรีเมียม
การอัปเดต Apple Creator Studio จะพร้อมให้ดาวน์โหลดบน App Store ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเป็นการอัปเดตฟรีสำหรับสมาชิกปัจจุบัน
"นี่คือการอัปเดตที่น่าตื่นเต้นที่สุดของเรานับตั้งแต่เปิดตัว Apple Creator Studio คอนเทนต์E MotionVFX ใน Final Cut Pro ช่วยให้สมาชิกเข้าถึงวิชวลเอฟเฟ็กต์และคอนเทนต์วิดีโอระดับมืออาชีพที่มีอยู่อย่างครบครันได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมอบความคุ้มค่าอันน่าทึ่งให้กับชุดแอปนี้" Brent Chiu-Watson ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ระดับโลกสำหรับแอปและ iCloud ของ Apple กล่าว "Browser ใหม่ของ Logic Pro ช่วยให้ผู้ใช้สำรวจและทดลองกับเสียงต่างๆ ได้มากกว่าที่เคยในระหว่างการสร้างสรรค์ผลงานเพลง ความสามารถในการเติมภาพอันล้ำสมัยของ Pixelmator Pro ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเนรมิตส่วนใดส่วนหนึ่งของรูปภาพขึ้นใหม่ตามจินตนาการได้อย่างสมบูรณ์แบบ และความสามารถของผู้ช่วยใน Logic Pro, Keynote, Pages และ Numbers จะเข้ามาพลิกโฉมวิธีที่ผู้คนโต้ตอบและเรียนรู้วิธีการใช้งานแอปเหล่านี้"
![]() |
| Final Cut Pro สำหรับ Mac รวม MotionVFX เข้ามาไว้ในแอปโดยตรงแล้ว ทำให้นักตัดต่อสามารถเข้าถึงองค์ประกอบนับพันรายการ ทั้งเทมเพลตพร้อมธีมที่เป็นเอกลักษณ์ กราฟิกดีไซน์เก๋ ไทเทิล และทรานซิชัน |
ชุดเครื่องมือสร้างสรรค์และเวิร์กโฟลว์วิดีโอใหม่ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
Final Cut Pro สำหรับ Mac และ iPad มอบขีดความสามารถใหม่ๆ ที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักตัดต่อวิดีโอ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และผู้สร้างภาพยนตร์ ตั้งแต่นักเล่าเรื่องมือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพที่ต้องรับมือกับงานตัดต่ออันซับซ้อน Final Cut Pro สำหรับ Mac รวม MotionVFX เข้ามาในแอปโดยตรงแล้ว ทำให้นักตัดต่อสามารถเข้าถึงองค์ประกอบนับพันรายการ ทั้งเทมเพลตพร้อมธีมที่เป็นเอกลักษณ์ กราฟิกดีไซน์เก๋ ไทเทิล และทรานซิชัน ตลอดจนเครื่องมือสำหรับงานโรโตสโคป การติดตามวัตถุ และการเกรดสี นักตัดต่อยังสามารถเข้าถึง Content Hub ภายใน Final Cut Pro ได้โดยตรง และเลือกใช้คลังสต็อกวิดีโอ รูปภาพ และพื้นหลังที่ Apple คัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเพื่อเติมเต็มช่องว่าง เพิ่มความประณีต หรือจุดประกายไอเดียใหม่ๆ โดยไม่ต้องออกจากเวิร์กโฟลว์ของตนเอง
เวิร์กโฟลว์ระหว่างแอปและการสร้างสรรค์ภาพใน Final Cut Pro ยังได้พัฒนาแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่อีกด้วย นักตัดต่อสามารถเปิดรูปภาพใดๆ จากไทม์ไลน์ใน Pixelmator Pro ได้โดยตรง เพื่อใช้งานเครื่องมือปรับแต่งแก้ไขขั้นสูง แล้วบันทึกการเปลี่ยนแปลงกลับไปยังโปรเจ็กต์โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องอิมพอร์ตใหม่อีกครั้ง ด้วยการสร้างรูปภาพขั้นสูง ผู้ใช้สามารถเนรมิตภาพที่สวยงามสะดุดตาจากคำอธิบายที่เป็นข้อความได้โดยตรงจากภายในโปรเจ็กต์ พร้อมปรับแต่งแก้ไขอย่างรวดเร็วและปรับเปลี่ยนสไตล์ของภาพได้ตามต้องการ ยิ่งไปกว่านั้น Final Cut Pro ยังมาพร้อมกับการปรับปรุงเวิร์กโฟลว์อันทรงพลัง ซึ่งรวมถึงตัวเลือกการปรับความนุ่มนวลของคีย์เฟรม (keyframe easing) ที่มากขึ้นเพื่อการควบคุม
![]() |
| ผู้ใช้ Final Cut Pro สามารถเปิดรูปภาพใดๆ จากไทม์ไลน์ใน Pixelmator Pro ได้โดยตรงแล้ว เพื่อใช้งานเครื่องมือปรับแต่งแก้ไขขั้นสูง |
ในส่วนของ Motion ยังได้เพิ่มชุดปลั๊กอิน MotionVFX อันทรงพลังมาให้ในตัว สำหรับการเกรดสีระดับภาพยนตร์ การติดตามกล้องแบบ 3 มิติ และการเลือกวัตถุได้ในคลิกเดียวเพื่อสร้างสรรค์วิชวลเอฟเฟ็กต์ที่น่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างและปรับแต่งรูปภาพจากคำอธิบายที่เป็นข้อความ ส่งรูปภาพไปแก้ไขใน Pixelmator Pro แล้วส่งกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง ปรับแต่งความนุ่มนวลของคีย์เฟรม (keyframe easing) อย่างละเอียด ใส่ฟิลเตอร์ Displacement ใหม่ทั้งหมด และสำรวจโปรเจ็กต์สาธิตแบบอินเทอร์แอคทีฟได้แล้ว ขณะที่ Compressor มาพร้อมความสามารถในการเข้ารหัสวิดีโอโหมดภาพยนตร์ที่บันทึกด้วย iPhone 18 Pro และ iPhone Duo อีกด้วย
พลิกโฉมการปรับแต่งรูปภาพ
Pixelmator Pro เปิดตัว Generate Fill เครื่องมือใหม่ที่ทรงพลังสำหรับการปรับแต่งรูปภาพตามคำอธิบายของผู้ใช้ ครีเอเตอร์เพียงแค่วงพื้นที่ในรูปภาพแล้วพิมพ์อธิบายสิ่งที่ต้องการเปลี่ยน และหากต้องการความแม่นยำยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกใช้เครื่องมือที่มีอยู่ใน Pixelmator Pro อย่าง Free Selection, Quick Selection หรือ Magnetic Selection ได้เช่นกัน Generate Fill จะปรับสภาพแสง มุมมอง และพื้นผิวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ส่วนที่ปรับแต่งดูกลมกลืนไร้รอยต่อ ในขณะที่ Super Resolution ในตัวจะช่วยเพิ่มความละเอียดของคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ภาพยังคงคมชัดในทุกขนาด องค์ประกอบที่สร้างขึ้นสามารถรวมเข้ากับเลเยอร์ที่มีอยู่เดิม หรือแทรกเป็นเลเยอร์ใหม่พร้อมการใส่มาสก์อัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้สามารถปรับแต่งแก้ไขอย่างละเอียดต่อไปได้
| Generate Fill เครื่องมือใหม่ที่ทรงพลังสำหรับการปรับแต่งรูปภาพตามคำอธิบายของผู้ใช้ มาอยู่ใน Pixelmator Pro แล้ว |
ยกระดับการสร้างสรรค์ดนตรีไปอีกขั้น
Logic Pro สำหรับ Mac และ iPad มาพร้อมเครื่องมือใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยและใช้งานง่ายสำหรับการทำบีท การแต่งเพลง การรีมิกซ์ และการโปรดิวซ์เพลง นอกจากนี้ยังมาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งหมดที่โดดเด่นด้วย Liquid Glass ซึ่งมีพื้นผิวแบบโปร่งแสงและคอนทราสต์ที่ลึกยิ่งขึ้น เพื่อขับเน้นรูปคลื่นเสียงและแทร็กต่างๆ ให้ชัดเจน
![]() |
| Logic Pro สำหรับ Mac และ iPad มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งหมดที่โดดเด่นด้วย Liquid Glass ซึ่งมีพื้นผิวแบบโปร่งแสงและคอนทราสต์ที่ลึกยิ่งขึ้น เพื่อขับเน้นรูปคลื่นเสียงและแทร็กต่างๆ ให้ชัดเจน |
ผู้ช่วยอัจฉริยะใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการผสานรวมกันของโมเดลที่สร้างโดย Apple และ OpenAI ได้เข้ามาอยู่ใน Logic Pro สำหรับ Mac เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์และโปรดิวเซอร์สำรวจเวิร์กโฟลว์การโปรดิวซ์ เริ่มต้นทำเพลงใหม่ ตั้งค่าแทร็กเสียงร้องจากคำสั่งเดียว หรือปรับแต่งโปรเจ็กต์ที่กำลังทำอยู่1 การค้นหาซาวด์ที่ใช่ทำได้รวดเร็วและใช้งานง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วย Browser ดีไซน์ใหม่บน Mac ที่รวบรวมลูป เครื่องดนตรี แพตช์เอฟเฟ็กต์ และอีกมากมายไว้ในที่เดียว Logic Pro ขับเคลื่อนด้วยการทำความเข้าใจดนตรี (music understanding) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เสียงบนอุปกรณ์ จึงสามารถวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ และติดแท็กเสียงที่เพิ่มเข้ามาโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ครีเอเตอร์ค้นหาคอลเลกชั่นเสียงทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย หรือลากลูปเข้ามาเพื่อค้นหาเสียงที่เข้ากันได้ทันที
![]() |
| ผู้ช่วยอัจฉริยะใหม่ใน Logic Pro สำหรับ Mac ช่วยให้ครีเอเตอร์และโปรดิวเซอร์สำรวจเวิร์กโฟลว์การโปรดิวซ์ เริ่มต้นทำเพลงใหม่ ตั้งค่าแทร็กเสียงร้องจากคำสั่งเดียว หรือปรับแต่งโปรเจ็กต์ที่กำลังทำอยู่ |
ฟีเจอร์ระดับแนวหน้าของวงการอย่าง Stem Splitter ใน Logic Pro ได้รับการยกระดับให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการแยก แทนที่ หรือปรับสมดุลเสียงในส่วนของกลองโดยไม่จำเป็นต้องใช้มัลติแทร็กต้นฉบับ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปลดล็อก Producer Pack ใหม่จาก Sergio George ผู้ชนะรางวัล Grammy 20 สมัยและนักสร้างสรรค์ผู้มีวิสัยทัศน์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานราชาแห่งซัลซ่ายุคใหม่ ใน Producer Pack ชุดนี้ George ได้เปิดคลังเสียงคู่ใจที่มาพร้อมเสียงเปียโนอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงลูปเพลงลาตินแจ๊สและซัลซ่าขนานแท้ ซึ่งประกอบไปด้วยชุดเพอร์คัชชันซัลซ่าแบบเต็มวง กลุ่มเครื่องเป่าทองเหลือง และเบส
![]() |
| ฟีเจอร์ Stem Splitter ใน Logic Pro ได้รับการยกระดับให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการแยก แทนที่ หรือปรับสมดุลเสียงในส่วนของกลองโดยไม่จำเป็นต้องใช้มัลติแทร็กต้นฉบับ |
นอกจากนี้ ด้วย Voice Memo Studio Sound ผู้ใช้ยังสามารถลดเสียงก้องภายในห้องและเสียงรบกวนรอบข้างในไฟล์เสียงที่บันทึกด้วย iPhone รุ่นที่รองรับ พร้อมตัวเลือกในการนำไปปรับแต่งอย่างละเอียดต่อใน Logic Pro
![]() |
| Browser ดีไซน์ใหม่ของ Logic Pro บน Mac รวบรวมลูป เครื่องดนตรี แพตช์เอฟเฟ็กต์ และอีกมากมายไว้ในที่เดียว จึงช่วยให้ค้นหาซาวด์ที่ใช่ได้รวดเร็วและใช้งานง่ายยิ่งขึ้นกว่าที่เคย |
ขับเคลื่อนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความชาญฉลาดภายในแอป
กลุ่มแอปสำหรับการทำงานที่เน้นการสื่อสารด้วยภาพได้รับการเสริมทัพด้วยฟีเจอร์ความชาญฉลาดเจเนอเรชั่นใหม่สำหรับสมาชิก ซึ่งรวมถึงผู้ช่วยอัจฉริยะที่สร้างขึ้นบนโมเดลของ Apple และ OpenAI โดยพร้อมให้ใช้งานภายใน Keynote, Pages และ Numbers โดยตรง ผู้ช่วยนี้เข้าใจบริบทของเอกสาร จึงช่วยให้ผู้ใช้ทำงานสำเร็จได้มากขึ้นโดยไม่ต้องออกจากงานที่กำลังทำอยู่² ใน Keynote ผู้ช่วยอัจฉริยะจะช่วยในการออกแบบ การใส่แอนิเมชั่น และการปรับแต่งสไลด์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ใน Pages ผู้ช่วยจะช่วยร่าง จัดวางโครงสร้างใหม่ และปรับแต่งเนื้อหางานเขียนอย่างละเอียด ใน Numbers ผู้ช่วยจะช่วยคำนวณ แสดงข้อมูลเป็นภาพ และจัดระเบียบข้อมูล พร้อมแนะนำประเภทแผนภูมิที่เหมาะสมซึ่งสามารถดูตัวอย่างได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว รวมถึงสร้างตารางแบบกำหนดเองโดยอ้างอิงจากฐานความรู้ทั่วไป การรองรับ MCP ใหม่ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้ ช่วยให้เอเจนต์และเครื่องมือ AI ภายนอกสามารถอ่านเนื้อหา ทำการแก้ไข และดำเนินการอัตโนมัติได้โดยตรงใน Keynote, Pages และ Numbers
![]() |
| Keynote, Pages และ Numbers ต่างมาพร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจบริบทของเอกสาร จึงช่วยให้ผู้ใช้ทำงานสำเร็จได้มากขึ้นโดยไม่ต้องออกจากงานที่กำลังทำอยู่ |
ตัวเลือกและรูปแบบการสร้างสรรค์ที่มากยิ่งขึ้น
Content Hub ใน Keynote, Pages และ Numbers ได้รับการขยายให้ครอบคลุมฟุตเทจสต็อกวิดีโอที่ Apple คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อมอบภาพเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวาให้ครีเอเตอร์นำไปยกระดับงานนำเสนอ รายงาน และสเปรดชีต นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถเข้าถึงคอลเลกชั่นเทมเพลตและธีมใหม่ๆ ที่ได้รับการออกแบบอย่างมืออาชีพอีกด้วย Keynote เปิดตัวการรองรับ Keynote Interchange Format (.keyx) ซึ่งเป็นรูปแบบไฟล์บันเดิลแบบเปิดบนพื้นฐานของ JSON ที่ออกแบบมาให้เครื่องมือภายนอก เวิร์กโฟลว์ของนักพัฒนา และเอเจนต์ AI สามารถอ่านและเข้าถึงได้
![]() |
| การรองรับ MCP ช่วยให้เอเจนต์และเครื่องมือ AI ภายนอกสามารถอ่านเนื้อหา ทำการแก้ไข และดำเนินการอัตโนมัติได้โดยตรงใน Keynote, Pages และ Numbers |
Freeform เพิ่มลักษณะข้อความสำหรับการจัดรูปแบบได้ในขั้นตอนเดียวและการนำไปใช้ซ้ำในบอร์ดต่างๆ รวมถึงสีพื้นหลังของบอร์ดทั้งแบบกำหนดเองและแบบที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า และในเดือนธันวาคมนี้ จะมาพร้อมความสามารถในการปรับแต่งรูปภาพโดยตรงใน Pixelmator Pro และการสร้างรูปร่างที่แก้ไขได้จากคำอธิบายที่เป็นข้อความ
ราคาและการวางจำหน่าย
- การอัปเดต Apple Creator Studio จะพร้อมให้ดาวน์โหลดบน App Store ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเป็นการอัปเดตฟรีสำหรับสมาชิกปัจจุบัน สมาชิกใหม่ชำระ 229 บาทต่อเดือน หรือ 2,290 บาทต่อปี สมาชิกใหม่ทุกคนสามารถทดลองใช้ Apple Creator Studio ได้ฟรีเป็นเวลา 1 เดือน และเมื่อซื้อ Mac เครื่องใหม่หรือ iPad รุ่นที่เข้าเกณฑ์ ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ใช้งาน Apple Creator Studio ฟรีเป็นเวลา 3 เดือน
- มีส่วนลดส่งเสริมการศึกษาสำหรับนักศึกษาและนักการศึกษา ในราคา 99 บาทต่อเดือน หรือ 990 บาทต่อปี
- Apple Creator Studio มีให้ดาวน์โหลดทาง App Store เป็นการซื้อแบบ Universal
- สมาชิกครอบครัวสูงสุด 6 คนสามารถแชร์แอปและคอนเทนต์ทั้งหมดที่มาพร้อมกับ Apple Creator Studio ได้ด้วยการแชร์กันในครอบครัว
- มีเวอร์ชั่นซื้อแบบจ่ายครั้งเดียวจำหน่ายทาง Mac App Store สำหรับ Final Cut Pro (9,990 บาท), Logic Pro (6,990 บาท), Pixelmator Pro (1,990 บาท), Motion (1,990 บาท), Compressor (1,990 บาท) และ MainStage (990 บาท)
- Keynote, Pages, Numbers และ Freeform เวอร์ชั่นฟรียังคงมีให้ใช้งานและมาพร้อมกับ iPhone, Mac และ iPad ใหม่ทุกเครื่อง










