Salesforce เปิดตัว AIforce ขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์มให้ครอบคลุมทุกช่องทางการใช้งาน

AIforce

AIforce ช่วยให้องค์กรปลดล็อกศักยภาพสูงสุดจากข้อมูลและกระบวนการทำงาน โดยเปิดโอกาสให้เอเจนต์วิเคราะห์และดำเนินการกับข้อมูล เวิร์กโฟลว์ และตรรกะทางธุรกิจทั้งหมดที่มีอยู่ใน Salesforce

ด้วยการก้าวข้ามข้อจำกัดของ UI แบบเดิม AIforce ช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างอินเทอร์เฟซอัจฉริยะที่มีความยืดหยุ่น เชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ และพร้อมใช้งานได้ทุกที่ที่มีการทำงานเกิดขึ้น
 
วันนี้ในงาน Dreamforce Salesforce ผู้นำอันดับ 1 ด้าน AI CRM เปิดตัว AIforce แพลตฟอร์มอินเทอร์เฟซแบบเรียลไทม์ ที่ช่วยให้ผู้ใช้และเอเจนต์สามารถเข้าถึงความสามารถทั้งหมดของ Salesforce ได้ ไม่ว่าจะทำงานอยู่บนแอปพลิเคชันหรือระบบใดก็ตาม AIforce ช่วยเชื่อมต่อองค์ความรู้ทั้งหมดที่อยู่ภายใน Salesforce ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล เวิร์กโฟลว์ กฎและตรรกะทางธุรกิจ สิทธิ์การเข้าถึง มาตรการด้านความปลอดภัย และการกำกับดูแล ไปยังอินเทอร์เฟซ AI ทุกรูปแบบ ผลลัพธ์คือ องค์กรสามารถปลดล็อกคุณค่าจากข้อมูลและองค์ความรู้ทางธุรกิจที่มีอยู่ใน Salesforce ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมนำบริบทและระบบกำกับดูแลที่เชื่อถือได้ของ Salesforce ไปใช้กับเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ และช่วยยกระดับการเติบโตและประสิทธิภาพการทำงานไปอีกขั้น

องค์ความรู้และข้อมูลสำคัญขององค์กรจำนวนมากถูกเก็บอยู่ใน Salesforce มาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมา ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องเข้าไปใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Salesforce และค้นหาข้อมูลผ่านหน้าจอการใช้งาน (UI) เท่านั้น ข้อจำกัดนี้ทำให้การเข้าถึง Salesforce อยู่ในวงจำกัด ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้งาน ปริมาณข้อมูลที่เข้าถึงได้ในแต่ละครั้ง และคุณค่าที่องค์กรจะได้รับจากข้อมูลและความรู้ที่มีอยู่ในระบบ

ด้วย AIforce ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่ Salesforce เพื่อทำงานอีกต่อไป แต่ Salesforce จะเข้ามาอยู่ในเครื่องมือที่พวกเขาใช้งานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Claude, Slack, Lightning หรือแพลตฟอร์มอื่นที่เลือกใช้ในการทำงาน พนักงานที่ไม่เคยเข้าใช้งานแดชบอร์ด Salesforce มาก่อน ก็สามารถสอบถามข้อมูล อัปเดตข้อมูลลูกค้า หรือสั่งงานเวิร์กโฟลว์ต่าง ๆ ได้ผ่านภาษาธรรมชาติ โดยอ้างอิงข้อมูลจริงและกฎเกณฑ์ทางธุรกิจที่อยู่ใน Salesforce ขณะเดียวกัน เอเจนต์สามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เคยกระจัดกระจายอยู่ในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข้อมูลจากหลายร้อยรายการพร้อมกัน ดึงข้อมูลจากระบบที่เชื่อมต่อกัน หรือวิเคราะห์และดำเนินการต่าง ๆ โดยมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้อย่างครบถ้วน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความรวดเร็วและในขนาดที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

AIforce ยังช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างอินเทอร์เฟซสำหรับการทำงานของตนเองได้อย่างง่ายดาย แทนที่จะต้องใช้งานผ่านหน้าจอ เมนู และฟิลด์ข้อมูลที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ผู้ใช้สามารถสร้างอินเทอร์เฟซแบบเรียลไทม์ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของตนได้ เพียงอธิบายสิ่งที่ต้องการผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Slack, Claude หรือ Coworker แนวทางนี้ช่วยให้แต่ละคนมีประสบการณ์การใช้งานที่เหมาะกับบทบาทและงานของตนเอง โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องได้ในเวลาที่ต้องการ และผ่านเครื่องมือที่ใช้งานอยู่เป็นประจำ

มาร์ค เบนิออฟ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Salesforce กล่าวว่า “AI กำลังจุดประกายการปฏิวัติรูปแบบการใช้งานซอฟต์แวร์ครั้งใหม่ เรากำลังผสานรวมความสามารถของโมเดลเข้ากับบริบททางธุรกิจทั้งหมดที่ลูกค้าได้สร้างไว้ใน Salesforce เพื่อสร้างระบบอัจฉริยะที่ยืดหยุ่น ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ปลอดภัย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม พร้อมรองรับ Zero Data Retention และเชื่อมต่อการทำงานกับระบบธุรกิจที่องค์กรใช้อยู่ได้อย่างลงตัว”

พอล คาร์วูนี รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ Salesforce ประจำภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “อาเซียนเป็นภูมิภาคที่ผู้คนใช้งานมือถือเป็นหลักและคุ้นเคยกับการทำงานผ่านช่องทางการสื่อสารแบบสนทนา ทำให้ธุรกิจในภูมิภาคสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ผ่าน AIforce โดยนำบริบทการทำงาน เวิร์กโฟลว์ และการกำกับดูแลที่เชื่อถือได้ของ Salesforce มาไว้ในช่องทางที่ผู้คนใช้งานอยู่แล้ว พนักงานจึงสามารถเข้าถึงและดำเนินการกับข้อมูลขององค์กรได้ด้วยภาษาที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ธุรกิจทั่วทั้งภูมิภาคสามารถทำงานได้รวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น เพื่อคว้าโอกาสจากตลาดภายในประเทศที่กำลังเติบโต”

AIforce เข้ามาเติมเต็มอีกหนึ่งชั้นสำคัญในสถาปัตยกรรม Agentic Enterprise ของ Salesforce ซึ่งประกอบด้วย
  • Data 360 ศูนย์กลางข้อมูลที่เชื่อถือได้ขององค์กร ซึ่งรวบรวมข้อมูล เมทาดาทา และข้อมูลบริบทจากแหล่งต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว เพื่อให้เอเจนต์เข้าใจทั้งลูกค้าและธุรกิจได้อย่างครบถ้วน
  • Customer 360 ที่มอบความเข้าใจเชิงธุรกิจให้กับเอเจนต์ผ่านตรรกะทางธุรกิจ กระบวนการทำงาน สิทธิ์การเข้าถึง และความสามารถในการดำเนินการต่าง ๆ ครอบคลุมงานด้านการขาย การบริการ การตลาด อีคอมเมิร์ซ และอื่น ๆ
  • Agentforce แรงงานดิจิทัลที่เข้าใจธุรกิจ หน้าที่งาน และอุตสาหกรรมขององค์กรอย่างลึกซึ้ง พร้อมเอเจนต์ที่สามารถนำไปใช้งานได้ทันที หรือสร้างขึ้นเองตามความต้องการ
  • AIforce ซึ่งนำรากฐานทั้งหมดนี้ไปสู่ทุกอินเทอร์เฟซ AI ทำให้ผู้ใช้และเอเจนต์สามารถเข้าถึงศักยภาพทั้งหมดของ Salesforce ได้จากทุกที่
 
AIforce ยกระดับอินเทอร์เฟซ AI ให้
  • ชาญฉลาดและตอบสนองได้ดีขึ้น เอเจนต์สามารถวิเคราะห์ข้อมูล ตรรกะทางธุรกิจ และบทสนทนาทั้งหมดใน Salesforce เพื่อสรุปข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญได้ทันที
  • ปลอดภัยและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ทุกการทำงานเป็นไปตามสิทธิ์การเข้าถึงและกฎทางธุรกิจที่องค์กรกำหนด
  • ยืดหยุ่นและปรับแต่งได้ สร้างอินเทอร์เฟซ เอเจนต์ หรือมุมมองข้อมูลที่ต้องการได้ง่าย เพียงอธิบายสิ่งที่ต้องการ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อผ่าน MCPs, APIs, Plug-ins และ Skills
  • รองรับ Zero Data Retention ข้อมูลทางธุรกิจถูกใช้เฉพาะเพื่อประมวลผลคำขอในขณะนั้น และจะไม่ถูกเก็บรักษาโดยผู้ให้บริการโมเดล
  • ใช้งานร่วมกับระบบเดิมได้ทันที ไม่ต้องย้ายข้อมูล สร้างระบบสิทธิ์ใหม่ หรือพัฒนาการเชื่อมต่อเพิ่มเติม เพียงเชื่อมต่อครั้งเดียวก็พร้อมใช้งานได้ทันทีทั่วทั้งองค์กร

นี่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Trailblazers ชุมชนผู้ดูแลระบบ นักพัฒนา สถาปนิกระบบ ผู้สร้างโซลูชัน และผู้นำด้านเทคโนโลยีของ Salesforce ทั่วโลก ซึ่งกำลังฉลองครบรอบ 20 ปีในงาน Dreamforce ปีนี้ โดยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา Trailblazers ได้ผลักดันขอบเขตของนวัตกรรมบน Salesforce อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาแอปพลิเคชันกว่า 12 ล้านรายการ รองรับการเรียกใช้ API กว่า 9,600 ล้านครั้งต่อวัน สร้างโค้ดด้วย AI กว่า 156 ล้านบรรทัด และได้รับเครื่องหมายแสดงความสำเร็จบน Trailhead มากกว่า 151 ล้านรายการ

AIforce จะช่วยขยายศักยภาพของ Trailblazers ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ใช้งานและเอเจนต์สามารถสร้างอินเทอร์เฟซได้อย่างง่ายดาย บนสถาปัตยกรรมที่เชื่อถือได้ของ Salesforce และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ด้วย AIforce ผู้ดูแลระบบ นักพัฒนา สถาปนิกระบบ และผู้สร้างโซลูชันจะได้รับความสามารถใหม่จาก AI ที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นการใช้งานจริงได้รวดเร็วและในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมเปิดบทใหม่ให้กับชุมชน Trailblazers ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

AIforce เปิดตัวพร้อมการรองรับ Claudeforce, Slackforce และ Agentforce Coworker ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงความสามารถของ Salesforce ผ่านแพลตฟอร์ม AI ยอดนิยมที่ใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวัน พร้อมเตรียมขยายการรองรับไปยังแพลตฟอร์มและบริการอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต

Claudeforce 

  • Claudeforce ต่อยอดความร่วมมือระหว่าง Salesforce และ Anthropic โดยผสานพลังของ AI ชั้นนำเข้ากับ CRM อันดับ 1 เพื่อสร้างระบบอัจฉริยะสำหรับองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือและพร้อมใช้งานในระดับธุรกิจ
  • Claudeforce เปิดตัวพร้อมฟีเจอร์ Salesforce in Claude ซึ่งเชื่อมต่อความสามารถทั้งหมดของ Salesforce เข้ากับ Claude ผ่าน MCP Server ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ช่วยลดความยุ่งยากจากการตั้งค่าด้วยตนเอง การยืนยันตัวตนที่ซับซ้อน และการกำหนดทักษะการทำงานแบบเฉพาะที่มักจำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อระบบลักษณะนี้
  • Salesforce in Claude มาพร้อม 37 ทักษะด้านการขายที่พร้อมใช้งาน ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาลูกค้าเป้าหมายไปจนถึงการบริหารจัดการโอกาสทางการขาย ช่วยให้ทีมขายเริ่มทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรก
  • ในอนาคตอันใกล้ Salesforce in Claude จะรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Tableau รวมถึงเพิ่มทักษะสำหรับงานด้านบริการลูกค้า การตลาด พาณิชย์ และอุตสาหกรรมเฉพาะทางต่าง ๆ
  • สำหรับนักพัฒนา Salesforce Development Plug-in for Claude Code มาพร้อมทักษะการทำงานมากกว่า 40 รายการ สามารถเข้าถึงคลังทักษะของ Salesforce บน GitHub และรองรับ Sub-plug-ins ที่โหลดได้ตามการใช้งาน เพื่อช่วยดำเนินงานด้านการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Slackforce

  • Slackforce ยกระดับ Slack ให้เป็นศูนย์กลางการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ใช้งาน เอเจนต์ แอปพลิเคชัน และข้อมูล โดยนำข้อมูลเชิงลึกและบริบททางธุรกิจจาก Salesforce มาเชื่อมต่อเข้ากับทุกการสนทนา เวิร์กโฟลว์ และประสบการณ์การทำงานใน Slack
  • ด้วย Slackforce Surfaces ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลและบริบทแบบเรียลไทม์จาก Salesforce, Slack และเครื่องมืออื่น ๆ มาสร้างเป็นพื้นที่ทำงานแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ ที่ทีมงานสามารถกรองข้อมูล สำรวจ แสดงความคิดเห็น และดำเนินการร่วมกันได้แบบเรียลไทม์
  • Slackforce ยังเป็นพลังขับเคลื่อนของ Slackbot ผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ทั้งบริบทจากการสนทนาใน Slack รวมถึงข้อมูล ตรรกะทางธุรกิจ และการดำเนินงานที่อยู่ใน Salesforce ตัวอย่างเช่น Slackbot สามารถระบุลูกค้าที่มีแนวโน้มขาดการติดต่อ วิเคราะห์สาเหตุจากเคสบริการและบทสนทนาที่เกี่ยวข้อง มอบหมายผู้ดูแลรายใหม่ สร้างงานติดตามผล และร่างอีเมลเพื่อติดต่อกลับได้ทันทีภายใน Slack
  • อีกหนึ่งความสามารถใหม่คือ Slack CRM ที่เชื่อมโยงทุกการสนทนา ผู้ใช้งาน และการอัปเดตใน Slack เข้ากับ Salesforce โดยผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีลูกค้าใหม่ บันทึกข้อมูลจากการประชุม หรืออัปเดตข้อมูลลูกค้าได้ผ่านคำสั่งง่าย ๆ ใน Slack โดยไม่ต้องสลับไปใช้งานระบบ CRM แยกต่างหาก
  • ด้านการพัฒนา Slack Code เปลี่ยนการเขียนโค้ดด้วย AI จากการทำงานแบบรายบุคคลสู่การทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยเปิดพื้นที่เฉพาะให้ทีมงานและเอเจนต์ร่วมพัฒนาโปรเจกต์เดียวกันได้ภายใน Slack ช่วยให้ความรู้และบริบทถูกส่งต่อระหว่างสมาชิกในทีมและเอเจนต์ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่ใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นโค้ด ต้นแบบ หรือเอกสารต่าง ๆ ได้โดยตรงใน Slack

เอลีอา วัลเลน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Engine กล่าวว่า “เราดูแลคำถามและคำขอจากลูกค้ามากกว่า 800,000 รายการในแต่ละปี การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำงานของเรา Slackforce ช่วยลดข้อจำกัดเดิม ๆ ที่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำแดชบอร์ดหรือรายงาน เพราะพนักงานสามารถบอกสิ่งที่ต้องการได้โดยตรง และได้รับอินเทอร์เฟซที่พร้อมใช้งานจากข้อมูลที่มีอยู่แล้วทันที โดยยังคงทำงานอยู่ภายในบทสนทนาเดียวกัน”

Agentforce Coworker

  • Agentforce Coworker คือเพื่อนร่วมงานดิจิทัลที่ทำงานอยู่ภายใน Lightning Interface ของ Salesforce โดยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า กิจกรรม และประวัติการทำงาน พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและดำเนินการต่าง ๆ ได้ในที่เดียวกับที่ผู้ใช้งาน Salesforce ทำงานอยู่ทุกวัน
  • เนื่องจาก Agentforce Coworker ทำงานภายใน Salesforce โดยตรง จึงดำเนินงานภายใต้สิทธิ์การเข้าถึงและกฎทางธุรกิจที่องค์กรกำหนดไว้อยู่แล้ว พร้อมรักษาข้อมูลทั้งหมดให้อยู่ภายในขอบเขตความปลอดภัยขององค์กร
  • Agentforce Coworker สามารถเรียกใช้งานเอเจนต์เฉพาะทางที่องค์กรได้สร้างและนำไปใช้งานผ่าน Agentforce แล้ว ช่วยขยายขีดความสามารถของทีมเอเจนต์ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Agentforce Coworker พร้อมใช้งานสำหรับลูกค้า Salesforce ได้ทันที และสามารถเปิดใช้งานได้เพียงคลิกเดียว โดยไม่ต้องย้ายข้อมูลหรือปรับเปลี่ยนระบบสิทธิ์การเข้าถึง ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 100,000 คน ที่เปิดใช้งาน Coworker ภายในช่วง 35 วันแรก หลังเปิดตัว

แบรนดอน เบอร์นาร์ด รองประธานอาวุโสและนักกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีการขายของ Fulton Bank กล่าวว่า “Agentforce Coworker ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการทำงานของ Fulton Bank อย่างชัดเจน ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เราสามารถนำกรณีใช้งานจริงมากกว่า 20 รูปแบบเข้าสู่การใช้งานในองค์กร รองรับผู้ใช้งานประมาณ 3,000 คนทั่วทั้งบริษัท และเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการใช้งานทุกวัน ทั้งในด้านการค้นหาข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น การเตรียมงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการขับเคลื่อนงานให้สำเร็จได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น”

ออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นและการต่อยอด (Open by Design)

AIforce ขับเคลื่อนด้วย Headless Toolkit ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบเปิดของ Salesforce ที่เปิดให้เข้าถึงความสามารถต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มผ่าน MCPs, APIs, Plug-ins, Skills และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างประสบการณ์ AI ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ บนรากฐานที่เชื่อถือได้ของ Salesforce

ระบบนิเวศ AgentExchange คือเครือข่ายพันธมิตรที่ใช้ Headless Toolkit ในการพัฒนาอินเทอร์เฟซ เอเจนต์ แอปพลิเคชัน การเชื่อมต่อ เวิร์กโฟลว์ และการดำเนินการต่าง ๆ พร้อมศูนย์กลาง (marketplace) สำหรับค้นหา เลือกซื้อ และนำโซลูชันเหล่านี้ไปใช้งานได้อย่างสะดวก โดยมีพันธมิตรชั้นนำอย่าง Anthropic, Amazon Web Services, Google และ OpenAI รวมถึงแพลตฟอร์มสร้าง AI จากบริษัทอย่าง Lovable และ Vercel ตลอดจนเอเจนต์และเครื่องมือ AI agent จากพันธมิตร เช่น Docusign, Gamma, Jasper, Ramp และ Rippling เข้าร่วมพัฒนาโซลูชันบน Salesforce

AIforce คือก้าวต่อไปของ AI สำหรับองค์กร ที่นำสุดยอดขีดความสามารถของ AI มาผสานกับระบบหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างระบบอัจฉริยะที่เชื่อถือได้ ด้วยพลังของ Salesforce ที่พร้อมใช้งานผ่านอินเทอร์เฟซ AI ทุกที่ที่มีการทำงานเกิดขึ้น ช่วยให้ผู้คนและเอเจนต์ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เข้าถึงคุณค่าจากข้อมูลและองค์ความรู้ที่อยู่ใน Salesforce ได้อย่างเต็มศักยภาพ และสร้างมาตรฐานใหม่ของความสำเร็จในการดูแลลูกค้า

ราคาและแพ็กเกจการให้บริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งนี้ ความพร้อมในการให้บริการอาจแตกต่างกันตามภูมิภาคและเงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงกับลูกค้า โดยลูกค้าควรพิจารณาตัดสินใจจัดซื้อจากผลิตภัณฑ์และบริการที่พร้อมให้บริการในปัจจุบันเป็นหลัก
Previous Post Next Post