Lenovo ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเครื่อง Virtualization ให้พร้อมรองรับอนาคตยุคปัญญาประดิษฐ์

Lenovo

โครงสร้างพื้นฐาน ThinkAgile รุ่นใหม่, โซลูชัน Lenovo Express ที่ได้รับการปรับปรุง และบริการติดตั้งระบบ ช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมกับความต้องการ เพิ่มความมั่นคงในการทำงานของระบบ และบริหารจัดการระบบไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Lenovo ประกาศเปิดตัวโซลูชันและบริการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีชุดใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรยกระดับและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่รองรับสภาพแวดล้อมแบบ Virtualized พร้อมเตรียมความพร้อมสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI )

โดยผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับการขยายเพิ่มเติมครั้งนี้ประกอบด้วย
  • เซิร์ฟเวอร์ Lenovo ThinkAgile VX850 V4 ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเวิร์กโหลดที่มีการใช้งาน Virtualization ในระดับสูงและเวิร์กโหลดแบบ In-Memory ที่มีความต้องการด้านประสิทธิภาพสูง
  • บริการติดตั้งใช้งาน Lenovo Premier Deploy for Infrastructure บริการที่นำเสนอระดับการให้บริการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า 3 ระดับ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนการติดตั้งไปสู่การดำเนินงานที่พร้อมใช้งานจริงในระดับ Production ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ชุดโซลูชัน Lenovo Express Solutions ที่ได้รับการปรับปรุง เป็นระบบสำเร็จรูปที่ทดสอบแล้วว่าทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ชั้นนำได้ ช่วยให้องค์กรปรับปรุงระบบเดิมได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความซับซ้อนในการปรับปรุงระบบ ทั้งบนแพลตฟอร์ม Virtualization และ Hybrid Cloudแบบผสมผสาน

นายสก็อตต์ แพตตี้, รองประธานกลุ่มโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานของเลอโนโว กล่าวว่า "ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานแบบ Virtualized เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรับมือกับเหตุขัดข้อง โดยยังคงความยืดหยุ่นไว้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เลอโนโวช่วยให้ลูกค้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ด้วยทางเลือกที่หลากหลายและความสามารถในการควบคุมที่มากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ AI และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป

โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ Virtualization

เลอโนโวเซิร์ฟเวอร์ ThinkAgile VX850 V4 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขยายพอร์ตโฟลิโอด้านโซลูชัน Virtualization ของเลอโนโว ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมระดับองค์กรที่มีการใช้งาน Virtualization ในระดับสูงและมีงานที่ต้องประมวลผลหนักที่มีความต้องการด้านประสิทธิภาพสูง รองรับทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้าง เช่น ตารางข้อมูลในฐานข้อมูล และข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง เช่น อีเมล ภาพ หรือเอกสาร ช่วยให้องค์กรรวมระบบสำคัญเข้าไว้ด้วยกันและปรับปรุงให้ทันสมัยได้ เมื่อ AI ถูกนำไปใช้ในระบบและกระบวนการทำงานขององค์กรมากขึ้น เซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้จะช่วยยกระดับระบบที่รองรับแอปพลิเคชันสำคัญในปัจจุบัน และเผื่อกำลังการทำงานไว้สำหรับความต้องการในอนาคตที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ

เร่งการยกระดับของระบบให้ทันสมัย ตั้งแต่การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงการนำระบบไปใช้งานจริง

ในกลุ่มบริการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานของเลอโนโว (Lenovo Infrastructure Deployment Services) ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการติดตั้งและนำระบบไปใช้งานได้ 3 ระดับ ได้แก่ Standard Deploy, Premier Deploy และ Premier Deploy Plus โครงสร้างบริการดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถทำความเข้าใจและให้ ลูกค้าสามารถเลือกบริการให้เหมาะกับความซับซ้อนของโครงการ ความสำคัญของระบบต่อธุรกิจ ความพร้อมด้านทรัพยากร และความสามารถของทีมไอทีภายในองค์กร รวมถึงระดับความมั่นใจที่ต้องการหลังระบบเริ่มใช้งานจริง โดยบริการทั้ง 3 ระดับมีการเตรียมความพร้อมของระบบอย่างเป็นขั้นตอน และติดตั้งฮาร์ดแวร์โดยผู้เชี่ยวชาญ ส่วน Premier Deploy และ Premier Deploy Plus จะเพิ่มบริการช่วยติดตั้งและนำระบบไปใช้งาน รวมถึงการส่งมอบระบบให้กับทีมที่ดูแลการดำเนินงาน สำหรับโครงการที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การใช้งานระบบจริงได้อย่างราบรื่น สำหรับ Premier Deploy Plus จะมีบริการช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังติดตั้งเป็นระยะเวลานานขึ้น และมีการตรวจประเมินสถานะของโครงสร้างพื้นฐานเป็นเวลา 1 ปี เพื่อช่วยให้ลูกค้าตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวางแผนการดำเนินงานในขั้นต่อไป ทั้งนี้ ไม่รวมอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรุ่น DE Storage Array  

การปรับปรุงระบบด้วยโซลูชันที่ผ่านการทดสอบแล้ว ไม่ต้องประกอบและเชื่อมต่อระบบด้วยตนเอง

เลอโนโวยังได้ขยายชุดโซลูชัน Lenovo Express Solutions ภายใต้โครงการ Lenovo Top Choice Express ซึ่งเป็นการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านการทดสอบและตรวจสอบความเข้ากันได้กับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ชั้นนำไว้ล่วงหน้า ช่วยให้การติดตั้งระบบทำได้ง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อและผสานระบบ และช่วยให้องค์กรสามารถนำระบบไปใช้งานและเห็นประโยชน์ได้เร็วขึ้น โดยโซลูชันที่เพิ่มเข้ามาช่วยให้ลูกค้ามีแนวทางในการปรับปรุงระบบไอทีให้ทันสมัย รองรับแพลตฟอร์ม Virtualization และ Hybrid Cloud ชั้นนำ พร้อมคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นและมีตัวเลือกในการใช้งาน ได้แก่
  • Microsoft Hyper-V และ Windows Server โครงสร้างพื้นฐานของเลอโนโวที่ผ่านการทดสอบแล้ว เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับสภาพแวดล้อมแบบ Virtualized ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
  • Red Hat OpenShift Virtualization ช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานและจัดการ Virtual Machines ควบคู่กับแอปพลิเคชันแบบคอนเทนเนอร์บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เชื่อมต่อเวิร์กโหลดแบบดั้งเดิมเข้ากับเวิร์กโหลดสมัยใหม่ได้อย่างราบรื่น ทำให้ระบบแบบเดิมและระบบสมัยใหม่ทำงานร่วมกันได้
  • Microsoft Azure Local บน Lenovo ThinkAgile MX V4 ช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานเวิร์กโหลดแบบ Virtualized, AI และแอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟได้ในหลายสถานที่และสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดที่องค์กรควบคุมเอง พร้อมบริหารจัดการผ่าน Azure อย่างสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว
  • Lenovo ThinkSystem ร่วมกับ Nutanix Compute Cluster ช่วยรองรับการเพิ่มขีดความสามารถเพิ่มกำลังประมวลผลได้อย่างอิสระ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับงานที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดย Nutanix Cloud Platform ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการ Virtualization ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านไอทีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • SUSE Virtualization บน Lenovo ThinkSystem V4 ช่วยรองรับทั้งเวิร์กโหลดแบบ Virtual Machine และแอปพลิเคชันแบบคอนเทนเนอร์บนโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์เดียวกัน

โซลูชันที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองเหล่านี้ ผสานโครงสร้างพื้นฐานของเลอโนโวเข้ากับการตั้งค่าระบบที่ผ่านการทดสอบร่วมกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ ช่วยลดภาระในการเชื่อมต่อและผสานระบบของทีมไอที และช่วยให้กระบวนการตั้งแต่การประเมินระบบจนถึงการติดตั้งใช้งานจริงมีความชัดเจนและคาดการณ์ได้มากขึ้น

แนะนำเป็น “โครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น พร้อมรองรับอนาคต”

ระบบจัดเก็บข้อมูล Lenovo ThinkSystem Storage และโซลูชัน Lenovo ThinkAgile HCI ซึ่งรวมการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลไว้ในระบบเดียว ช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับสภาพแวดล้อมแบบ Virtualized ให้ทันสมัย รองรับโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถแยกการจัดสรรทรัพยากรแต่ละส่วนได้อย่างอิสระ มีระบบปกป้องข้อมูลในตัว และรองรับการขยายงานด้าน AI ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ ความสามารถด้านการรับมือและฟื้นตัวจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) ยังช่วยเพิ่มความพร้อมในการกู้คืนระบบจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ ช่วยวางแผนการกู้คืนระบบ และสนับสนุนให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้กับงานสำคัญทางธุรกิจและงานด้าน AI ได้รับการปกป้องและสามารถกู้คืนกลับมาใช้งานได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีมีการกระจายอยู่ในหลายสถานที่และมีอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบมากขึ้น Lenovo XClarity Controller 3 และ Lenovo XClarity One รุ่นล่าสุดช่วยให้ทีมไอทีสามารถมองเห็นและควบคุมระบบได้ดีขึ้น โดยใช้มาตรฐานกลางในการบริหารจัดการ ช่วยให้อุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนในการดูแลระบบไอทีในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด

นายแมตต์ อีสต์วูด รองประธานอาวุโส กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานองค์กรและศูนย์ข้อมูลของ IDC กล่าวว่า “การยกระดับระบบสามารถทำได้โดยต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เลอโนโวผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำด้าน Virtualization, Hybrid Cloud ระบบจัดเก็บข้อมูล การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน บริการติดตั้งระบบ และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ไว้ในระบบนิเวศแบบเปิดที่สามารถพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับเส้นทางการนำ AI มาใช้งานของลูกค้า ความสามารถทั้งหมดนี้ช่วยสร้างรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น รองรับทั้งระบบงานขององค์กรแบบดั้งเดิม แอปพลิเคชันแบบคลาวด์เนทีฟ งานที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ รวมถึงรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับระบบได้ทีละขั้นตามความต้องการ พร้อมทั้งยังคงควบคุมได้ว่าจะนำระบบงานและข้อมูลไปใช้งานที่ใดและในรูปแบบใด”
Previous Post Next Post