รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์อย่างแท้จริง
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เปิดตัว“ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี โฉมใหม่ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตําแหน่งเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงเจเนอเรชันล่าสุด สะท้อนตัวตนบทใหม่ของมิตซูบิชิมอเตอร์ส
ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของมิตซูบิชิมอเตอร์ส ในประเทศไทย โดยจะเริ่มเปิดตัวและวางจําหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก ก่อนขยายไปยังประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ภายในปีงบประมาณ2569 และมีแผนเปิดตัวไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกาและตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2525 ปาเจโรได้พลิกโฉมเซกเมนต์รถยนต์ครอสคันทรีขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ด้วยการรวมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง เข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่งจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ปลุกกระแสรุ่นรถยนต์เพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ(Recreation Vehicle – RV) ในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งปาเจโรทั้ง 4 รุ่น มียอดการผลิตกว่า 3.29ล้านคัน ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่เป็นตํานานที่สุดของมิตซูบิชิมอเตอร์ส ที่ครองใจผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก
ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร ได้สานต่อแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่นิยามความเป็นปาเจโรมาตั้งแต่รุ่นแรก ด้วยการผสาน “ความมั่นใจ ในการขับขี่” (Confidence)ซึ่งสะท้อนผ่านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยม และความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” (Comfort) ทั้งในด้านความสบายของห้องโดยสารและความคล่องตัวในการควบคุมรถ ก่อนต่อยอดรากฐานอันแข็งแกร่งนี้ด้วย “ความเหนือระดับ” (Prestige) ผ่านคุณภาพและความประณีตในแบบฉบับไอคอนิก ซึ่งทั้งหมดนี้ทําให้ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวไปอีกขั้นในทุกมิติด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น แข็งแกร่งจากเส้นสายที่คมชัด ทรงพลัง เสริมด้วยวัสดุภายในห้องโดยสารคุณภาพสูงที่ออกแบบมาให้รองรับทุกการใช้งาน พร้อมสอดแทรกดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว
ภายใน ห้องโดยสารของ ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมคงมิติตัวรถที่ช่วยให้ควบคุมและบังคับเลี้ยวได้ง่าย นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Super-All Wheel Control(S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิมอเตอร์ส ซึ่งประสานการควบคุมการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรก เพื่อการตอบสนองของรถที่แม่นยําและเป็นธรรมชาติร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่มอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่เหนือชั้น และความง่ายสําหรับการขับขี่ในชีวิตประจําวัน รวมถึงโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง พร้อมระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างเหมาะสม โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะทํางานร่วมกันเพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง พร้อมลุยทุกการผจญภัยได้อย่างไร้กังวล
“ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวสู่ปี2573 เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มมูลค่าขององค์กรผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ควบคู่ไปกับการตอกยํ้าเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิตซูบิชิมอเตอร์ส ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น” มร. เคสุเกะ คิชิอุระ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าว“ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง ในฐานะรถยนต์รุ่นเรือธงรถยนต์รุ่นนี้จะนําทัพไลน์อัปตระกูลปาเจโรที่จะตามมาในอนาคต รวมถึงรถยนต์ทั้งหมดของเราโดย ออล-นิวมิตซูบิชิปาเจโร คือรถยนต์ครอสคันทรีเอสยูวีระดับพรีเมียม ที่ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจและพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวสู่ตลาดต่างๆ ทั่วโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าทุกท่านจะตั้งตารอคอยการมาถึงของรถยนต์รุ่นนี้”
เว็บไซต์พิเศษสําหรับ ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร: https://www.mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/special/
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
ความเหนือระดับ (Prestige): คุณภาพเหนือระดับ สะท้อนความเป็นที่สุดของรุ่นเรือธง
ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร พัฒนาขึ้นเพื่อสืบทอดจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของปาเจโรทุกรุ่นที่ผ่านมา พร้อมก้าวข้ามขีดจํากัดสู่บทใหม่ของยนตรกรรม ที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การเปิดตัวของรุ่นที่ 4ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Grand Charisma” ที่ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อถ่ายทอดรูปลักษณ์ที่ทรงพลังและสัมผัสที่หรูหราระดับพรีเมียม ตอกยํ้าการเป็นยนตรกรรมเรือธงเจเนอเรชันถัดไปของมิตซูบิชิมอเตอร์ส อย่างสง่างาม
- การออกแบบภายนอก ด้วยการต่อยอดแนวคิดการออกแบบสัดส่วนตัวถังที่โดดเด่นและทรงพลังในแนวตั้ง พร้อมเอกลักษณ์การออกแบบที่เน้นเส้นสายแนวนอนจากปาเจโรรุ่นแรกให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงสมรรถนะอันทรงพลังและพื้นผิวตัวถังที่ได้รับการปั้นแต่งอย่างมีมิติเสริมบุคลิกให้ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน โดยด้านหน้าถ่ายทอดความแข็งแกร่งจากภายในผ่านแรงบันดาลใจจาก “เคนโด้” (Kendo) ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ให้ความสําคัญกับวินัย ความมุ่งมั่น และความแข็งแกร่งของจิตใจ พร้อมนําเสนอทางเลือกกระจังหน้า 2 รูปแบบ ได้แก่กระจังหน้าแบบซี่แนวนอน ที่สะท้อนความประณีตพิถีพิถันตามแบบฉบับงานฝีมือญี่ปุ่น และกระจังหน้าลายรังผึ้งที่ผสานความงดงามจากฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับความแข็งแกร่งได้อย่างไร้ที่ติโดยทั้งสองรูปแบบยังโดดเด่นด้วยไฟหน้ารูปทรงตัว T อันเป็นเอกลักษณ์เติมเต็มรูปลักษณ์ด้านหน้าให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น
ซิกเนเจอร์ของปาเจโรยังถ่ายทอดผ่านรายละเอียดต่างๆรอบคัน ไม่ว่าจะเป็น เสา C ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโรรุ่นแรก รวมถึงโครงสร้างทรงหกเหลี่ยม (Hexagonal Motif)ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตําแหน่งยางอะไหล่ท้ายรถในรุ่นก่อนหน้า องค์ประกอบทั้งหมดนี้ถือเป็นการนําความเป็นปาเจโรมาตีความใหม่ได้อย่างลงตัว - การออกแบบภายใน ภายในห้องโดยสารมีการนําแผงหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าจากปาเจโรรุ่นแรกมาปรับใช้ใหม่โดยผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับห้องโดยสารระดับพรีเมียม ด้วยแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว(Monolithic Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว จํานวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ พร้อมภาพกราฟิกบนจอที่ให้กลิ่นอายความเป็นปาเจโร รวมถึงหน้าจอมัลติมิเตอร์(Multi Meter) ที่นําชุดมาตรวัดสามส่วนในตํานานมาปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน
วัสดุพื้นผิวมีการใช้เทคนิคงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “คิเมะโคมิ” (Kimekomi) บนหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ด้วยการฝังวัสดุให้แนบลึกไปกับพื้นผิวช่วยเพิ่มความทนทานและรักษารูปทรงได้ดีโดยแผงประตูยังตกแต่งด้วยตะเข็บรูปตัว S ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะ ความประณีตสูงและการเย็บที่แม่นยําตามแนวโค้งที่ซับซ้อน สะท้อนถึงฝีมือและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น - สีตัวถัง เฉดสีตัวถังเสริมบุคลิกอันน่าเกรงขามและความเหนือระดับ โดยมีสีไฮไลต์ เฉดสีได้แก่สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ (Armor Copper) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกหนักแน่นและแข็งแกร่งดุจโลหะชิ้นใหญ่ พร้อมขับเน้นให้รูปทรงตัวถังที่มีมิติและสัดส่วนอันบึกบึนดูโดดเด่นยิ่งขึ้น และสีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) สีฟ้าอมเทาที่ให้ความรู้สึกสง่างามและมั่นคง เสริมความโดดเด่นด้วยประกายสีทอง ที่เผยประกายแตกต่างไปตามมุมและการเปลี่ยนแปลงของแสง สะท้อนบุคลิกอันทันสมัย ความประณีต และความงดงามจากฟังก์ชันการใช้งาน โดยสีตัวถังเหล่านี้กลมกลืนเข้ากับหลากหลายสภาพแวดล้อม ตั้งแต่การขับขี่ในชีวิตประจําวัน ไปจนถึงการออกเดินทางและทํากิจกรรมกลางแจ้ง
ภายในห้องโดยสารมีการเลือกใช้โทนสีนํ้าตาลคาเมล (Camel) ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความพรีเมียม ควบคู่กับความงดงามที่ผสานประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัวซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเฉดสีตามธรรมชาติของวัสดุแท้อีกทั้งยังช่วยพรางร่องรอยจากการใช้งานในชีวิตประจําวันให้สังเกตเห็นได้ยากยิ่งขึ้น และยังได้รับการออกแบบอย่างลงตัวเมื่อจับคู่กับโทนสีดําเพื่อสร้างความตัดกันอย่างมีระดับ แต่ยังคงกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอกอันทรงพลังของตัวรถ - ความเงียบภายในห้องโดยสารที่ดียิ่งขึ้น ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโรได้รับการยกระดับมาตรฐานการลดเสียงรบกวนอย่างครอบคลุมรอบด้าน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติแม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวงหรือในภาวะที่มีเสียงรบกวนสูงโดยนอกจากกระจกบังลมหน้าแล้ว ยังได้นํากระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) มาใช้กับกระจกประตูทั้งบานหน้าและบานหลัง ควบคู่ไปกับการติดตั้งวัสดุลดเสียงรบกวนอย่างทั่วถึงตลอดโครงสร้างตัวถังและจุดสําคัญต่างๆของตัวรถ ช่วยลดทั้งเสียงลมปะทะและเสียงเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่สงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้น ให้ผู้โดยสารในทุกแถวที่นั่งสามารถเพลิดเพลินกับการพูดคุยได้อย่างสบายใจ
- ระบบอินโฟเทนเมนต์และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ระบบอินโฟเทนเมนต์อันลํ้าสมัย เติมเต็มคุณค่าใหม่ให้กับทุกช่วงเวลาบนท้องถนน โดยแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว(Monolithic Display) ที่เชื่อมหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 14.3 นิ้วช่วยปลุกเร้าแรงบันดาลใจในการผจญภัยผ่านกราฟิกที่ดูสะอาดตาใช้งานง่าย นอกเหนือจากลําดับการแสดงผลเมื่อเริ่มต้นระบบที่ได้รับการออกแบบเฉพาะ และเอฟเฟกต์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละโหมดการขับขี่แล้ว หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (Meter Display) ยังมาพร้อมธีมภาพพื้นหลังถึง 16 แบบ ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันได้แบบเรียลไทม์นอกจากนี้ดีไซน์มาตรวัด 3 ช่องสุดไอคอนิกจากรุ่นก่อนหน้าได้ถูกนํามาตีความใหม่เป็นหน้าจอมัลติมิเตอร์(MultiMeter) ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่ไม่ว่าจะเป็น ระดับความสูง ทิศทางการเดินทาง อุณหภูมิหน้าจอแสดงผลระดับความชันและความเอียง และสถานะการทํางานของระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC)ช่วยให้ผู้ขับขี่ประเมินสถานะและสภาวะการขับขี่ได้อย่างแม่นยําเพียงแค่ชําเลืองมอง ขณะที่ระบบเครื่องเสียงเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน (Smartphone-link Display Audio) ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ช่วยให้การเข้าถึงระบบแผนที่นําทางแอปพลิเคชันฟังเพลงและอื่น ๆ ที่รองรับ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย
ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence): สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่วางใจได้
ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร ได้รับการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่จากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II)ที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานท่ามกลางหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่โหดหินที่สุดของโลก พร้อมยกระดับความสามารถรอบด้านด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิมอเตอร์ส เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่เหนือชั้นในทุกด้านตามแบบของปาเจโร
ด้วยการทํางานประสานกันระหว่างเครื่องยนต์คลีนดีเซลที่ทรงพลังแต่ควบคุมได้อย่างง่ายดาย โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่ทั้งแกร่งและทนทานสูง และระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยรักษาหน้ายางให้สัมผัสพื้นผิวอย่างเหมาะสม ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโรจึงมอบสมรรถนะออฟโรดที่ไว้วางใจได้พร้อมความคล่องตัวในการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่บนถนนลาดยางช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง
- เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดรุ่นใหม่ เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้แรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร5 มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง และการตอบสนองฉับไวได้ดั่งใจ ตั้งแต่ออกตัวต่อเนื่องไปจนถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูงจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ8 สปีด (8AT) พร้อมโหมดสปอร์ตที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด โดยระบบส่งกําลังดังกล่าวมอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยําตามความต้องการของผู้ขับขี่ควบคู่กับการลดเสียงรบกวนที่ดียิ่งขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเหนือระดับขั้นสุด
- โครงสร้างแบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่แข็งแกร่ง พร้อมระบบกันสะเทือนประสิทธิภาพสูง โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งสูงซึ่งได้รับการต่อยอดจากประสบการณ์การแข่งขันแรลลี่ตลอดหลายทศวรรษ รวมถึงการทดสอบและพัฒนาในสภาพแวดล้อมอันสมบุกสมบัน ทําหน้าที่เป็นพื้นฐานสําคัญของ ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งต่อแรงบิดและแรงดัดได้อย่างมีนัยสําคัญ ส่งผลให้ตัวรถมีเสถียรภาพในการควบคุมและมอบความนุ่มนวลตลอดการขับขี่ในระดับสูงรวมถึงความทนทานและวางใจได้ในทุกการใช้งานระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกสองชั้นทํางานร่วมกับ
ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบคานแข็ง 5-Link ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ช่วยให้ล้อสัมผัสพื้นถนนได้อย่างมั่นคง รองรับการเดินทางบนเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมมอบการควบคุมพวงมาลัยที่เป็นธรรมชาติและการทรงตัวที่ดี
นอกเหนือจากการมอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยมแล้ว ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร ยังได้รับการพัฒนาโดยคํานึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะไกลหรือการขับขี่บนพื้นผิวขรุขระ ทําให้“ความสะดวกสบายในทุกเส้นทางออฟโรด” (Off-Road Comfort) เป็นหนึ่งในมาตรฐานสําคัญในการพัฒนา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะออฟโรดและความประณีตในการขับขี่บนถนนให้เกิดขึ้นในระดับสูง โดยแท่นยึดตัวถังที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์ขณะขับขี่บนถนนขรุขระและเส้นทางทุรกันดาร พร้อมช่วยยกระดับการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้ประสบการณ์การขับขี่โดยรวมมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น - สมรรถนะรอบด้านด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร มาพร้อมระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิมอเตอร์ส ซึ่งช่วยให้การควบคุมรถเป็นธรรมชาติและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างเสถียรภาพในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมโดยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดตํ่า) ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด และรักษาการทรงตัวในการควบคุมรถบนถนนลาดยางได้เป็นอย่างดี
นอกเหนือจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC)ยังทํางานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC)ซึ่งควบคุมการกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวาผ่านการทํางานของเบรกคู่หน้าระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control – ASTC) ที่ช่วยกระจายแรงขับเพื่อคงเสถียรภาพบนพื้นผิวที่ลื่น และระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System – ABS) ที่ช่วยป้องกันล้อล็อกและการลื่นไถลขณะเบรก โดยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC)จะประมวลผลและปรับสมดุลแรงขับเคลื่อนและแรงเบรกของล้อทั้ง 4 อย่างเหมาะสมตามการควบคุมของผู้ขับขี่และสภาพพื้นผิวถนน ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย มั่นใจและสะดวกสบาย ในหลากหลายสภาพอากาศและเส้นทาง
พร้อมกันนี้ยังมีโหมดการขับขี่7 รูปแบบ ได้แก่Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและเดินทางได้อย่างมั่นใจบนพื้นผิวถนนที่หลากหลาย นอกจากนี้จานเบรกขนาดใหญ่ 18 นิ้วและหม้อลมเบรกไฟฟ้า ยังมอบนํ้าหนักแป้นเบรกที่มั่นใจและให้ความรู้สึกในการเบรกที่เป็นธรรมชาติ - มิติตัวรถที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโรได้รับการออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่ง่ายดายและสะดวกสบาย ตั้งแต่การใช้งานบนถนนในเมืองไปจนถึงการผจญภัยในโลกกว้าง ด้วยตัวรถที่มีความยาว 4,920 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร และสูง 1,910มิลลิเมตร พร้อมความกว้างช่วงล้อหน้าและหลัง 1,630 มิลลิเมตรและระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร
ตัวรถมาพร้อมระยะตํ่าสุดถึงพื้น 230 มิลลิเมตร ควบคู่กับมุมไต่30.4องศา มุมคร่อม 22.6องศา และมุมจาก 25.8องศา โดยการกระจายนํ้าหนักด้านหน้าและด้านหลังในอัตราส่วน 52:48 โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรมที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง ยังทํางานประสานอย่างลงตัวกับระบบช่วงล่างที่มีระยะช่วงยุบ-ยืดสูงช่วยให้ล้อสามารถยึดเกาะพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาการสัมผัสกับพื้นถนนแม้ต้องผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบ พร้อมรับมือกับเส้นทางทุรกันดารและภูมิประเทศที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ
ความสะดวกสบาย (Comfort): ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และความคล่องตัวในการควบคุม
ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร มอบห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายสําหรับผู้โดยสารทุกคน ด้วยการจัดสรรการวางเบาะนั่งรวมถึงพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสม พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่พื้นที่สําหรับผู้โดยสารแถวที่สาม ความสะดวกในการเข้า-ออก ความเงียบสงบภายในห้องโดยสารไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับความสบายตลอดทั้งเส้นทางแม้ในการเดินทางระยะไกล- ห้องโดยสารพรีเมียม กว้างขวาง และสะดวกสบาย ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งของ ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร ได้รับการจัดพื้นที่และตําแหน่งเบาะนั่งอย่างเหมาะสมเพื่อมอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางแก่ผู้โดยสารในทุกแถวโดยเบาะนั่งคนขับได้รับการจัดวางให้อยู่ในตําแหน่งสูงขึ้นเพื่อเพิ่มมุมมองการมองเห็นและช่วยให้กะระยะตัวรถได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่เบาะนั่งแถวที่สองสามารถเลื่อนได้ถึง 150มิลลิเมตร พร้อมกลไกพับเบาะแบบจังหวะเดียว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกห้องโดยสารและการใช้งานในชีวิตประจําวัน ส่วนเบาะนั่งแถวที่สามมอบพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างขวางสําหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่พร้อมออกแบบพื้นที่วางเท้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถสอดปลายเท้าเข้าไปใต้เบาะนั่งแถวที่สองได้อย่างง่ายดาย
เพื่อมอบความสบายตลอดการเดินทางในทุกที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าและแถวที่สอง ถูกออกแบบมาให้รองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้อย่างผ่อนคลาย ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 3 ได้รับการปรับตําแหน่งและองศาการนั่งให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร ยังมาพร้อมระบบระบายอากาศสําหรับเบาะนั่งที่ช่วยส่งผ่านความเย็นอย่างเป็นธรรมชาติทั่วทั้งตัวเบาะ พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ที่สามารถตั้งอุณหภูมิแยกอิสระในแต่ละโซน เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ตั้งแต่บริเวณเบาะคู่หน้าไปจนถึงผู้โดยสารแถวที่สาม - เทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เพื่อความอุ่นใจยิ่งกว่าเดิม ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโรเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศาและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ในทุกสภาวะการเดินทาง ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM) ที ่สามารถตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พร้อมระบบช่วยเบรกขณะเลี้ยวผ่านทางแยก ระบบคาดการณ์และเตือนการชนด้านหน้าตรง (Predictive Forward Collision Warning – PFCW) และระบบช ่วยเหลือฉุกเฉินเมื ่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Emergency Assist for Pedal Misapplication – EAPM)รวมถึงยังมีระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน(Emergency Lane Assist – ELA) ที่ได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกใน ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโรโดยใช้กล้องด้านหน้าและเรดาร์ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจรและยานพาหนะโดยรอบ พร้อมส่งสัญญาณเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางการจราจรขณะที่ระบบเตือนด้านหน้าขณะถอยออกจากช่องจอด (Front Cross Traffic Alert – FCTA) สามารถตรวจจับรถที่กําลังเข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งบริเวณทางแยก พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถที่วิ่งตัดผ่านด้านหน้า
สําหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร มาพร้อม MI-PILOT ระบบช่วยเหลือการขับขี่บนทางหลวงแบบเลนเดียวของ มิตซูบิชิมอเตอร์ส โดยทํางานร่วมกับระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ(Adaptive Cruise Control – ACC) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist – LKA) เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และประคองรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทางบนทางหลวงช่วยลดภาระและความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทางระยะไกล
ยิ่งไปกว่านั้น ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโรได้รับการติดตั้งถุงลม 8 ตําแหน่งรวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการกระแทกระหว่างผู้โดยสารเบาะคู่หน้าในกรณีเกิดการชนพร้อมเสริมการปกป้องผู้โดยสารในระดับสูง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศาและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จึงช่วยเสริมความมั่นใจและความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทาง- กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยรอบด้าน กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติเป็นการรวมภาพจากกล้อง 4 ตัวที่ติดตั้งรอบตัวรถ เข้ากับภาพจําลอง 3 มิติของตัวรถ เพื่อแสดงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างรอบด้าน โดยประมวลผลภาพด้วยความเร็วประมาณ 30 เฟรมต่อวินาทีและแสดงผลแบบเรียลไทม์ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถและควบคุมรถในพื้นที่จํากัดได้สะดวกยิ่งขึ้นในการใช้งานในชีวิตประจําวัน ขณะเดียวกันยังเพิ่มการรับรู้สภาพพื้นผิวและลักษณะภูมิประเทศรอบตัวรถได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด
กล้องรอบคันแบบ 3 มิติยังมาพร้อมฟีเจอร์แสดงภาพใต้ท้องรถด้านหน้า ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพพื้นผิวถนนบริเวณใต้ท้องรถและด้านหน้ารถ ซึ่งโดยปกติจะเป็นพื้นที่อับสายตาจากตําแหน่งผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางท้าทาย ทั้งทางลาดชันและพื้นผิวที่เต็มไปด้วยก้อนหิน โดยมุมมองนี้จะแสดงผลขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเลือกใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) หรือ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดตํ่า) และยังสามารถเปิดใช้งานด้วยตัวเองได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ทําให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถและมีสมาธิจดจ่อกับเส้นทางเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่เมื่อขับขี่แบบออฟโรด
- เทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ MITSUBISHI CONNECT เพื่อความสะดวกในชีวิตประจําวัน MITSUBISHI CONNECT รองรับการใช้งานในชีวิตประจําวันและเพิ่มความอุ่นใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยบริการเชื่อมต่อที่หลากหลาย อาทิการควบคุมระบบปรับอากาศและตรวจสอบสถานะของตัวรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟนรวมถึงฟังก์ชัน SOS Call ที่เชื่อมต่อผู้โดยสารไปยังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
- เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate: สุนทรียภาพแห่งเสียงระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง เพื่อเติมเต็มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ออล-นิว มิตซูบิชิปาเจโร มาพร้อมเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น เพื่อมอบความสุนทรีย์ที่เต็มอิ่มขั้นสุด โดยเครื่องเสียงนี้ประกอบด้วยลําโพงทั้งหมด 12 ตําแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์2 ชุด พร้อมเทคโนโลยีชดเชยเสียงรบกวนที่ช่วยปรับระดับความดังและการจูนเสียงโดยอัตโนมัติตามความเร็วของตัวรถ เพื่อลดผลกระทบจากเสียงรบกวนจากพื้นถนนช่วยให้ผู้โดยสารสัมผัสประสบการณ์การฟังเพลงที่เต็มอรรถรสและมีคุณภาพในหลากหลายรูปแบบการขับขี่

