Tenable ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ ตอกย้ำบทบาทเชิงกลยุทธ์ต่อประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจและการสร้างความร่วมมือกับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดการประชุม Customer Advisory Board ซึ่งรวบรวมลูกค้าระดับองค์กรจากทั่วภูมิภาคกว่า 30 องค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ในอนาคต
นอกจากนี้ Tenable ยังได้จัดงาน Guardians Summit ซึ่งเป็นเวทีสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจระดับภูมิภาคจากประเทศไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมกำหนดทิศทางการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กรในภูมิภาค ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ก้าวสู่ความปลอดภัยยุคใหม่ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก (Exposure Management)
Jason Merrick รองประธานอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ (Senior Vice President of Product) ของ Tenable กล่าวว่า แนวทางสำคัญในการช่วยให้องค์กรรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน คือการสร้าง โครงการบริหารจัดการความเสี่ยง (Exposure Management Program) ที่มุ่งเน้นการป้องกันก่อนเกิดการโจมตี (Pre-breach) แทนการรอรับมือหลังเกิดเหตุ เพื่อให้องค์กรมองเห็นและจัดการความเสี่ยงได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง
แนวทางดังกล่าวเริ่มต้นจากการจัดทำบัญชีทรัพย์สินดิจิทัล (Inventory) ขององค์กรอย่างครบถ้วน ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบดั้งเดิม ระบบคลาวด์ (Cloud) เครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง (Endpoints) เทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ (Operational Technology: OT) ตลอดจนระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมของพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
ด้วยการสนับสนุนจากทีมวิจัยด้านภัยคุกคามของ Tenable ระบบจะวิเคราะห์ช่องโหว่ (Vulnerabilities) การกำหนดค่าระบบที่ไม่เหมาะสม (Misconfigurations) รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่มีความซับซ้อน ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงตามเส้นทางที่ผู้ไม่หวังดีอาจใช้ในการเจาะเข้าสู่ระบบ (Attack Path) ช่วยให้องค์กรสามารถจัดสรรทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Jason Merrick ยังระบุว่า ความสำเร็จของการบริหารจัดการความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพภายในองค์กร โดยครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การรายงานข้อมูลเชิงกลยุทธ์ต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัท การประสานงานระหว่างทีมรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับฝ่ายไอทีและทีมปฏิบัติการ รวมถึงการจัดทำรายงานเพื่อวัดผลและติดตามความคืบหน้าในการลดความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งกระบวนการดังกล่าวได้รับการบูรณาการไว้ภายใน Tenable One AI Exposure แพลตฟอร์มบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์แบบครบวงจร ที่ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็น วิเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง พร้อมยกระดับการป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมด้านไอทีที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน
ยกระดับความปลอดภัยด้วยกลยุทธ์ AI และโปรเจกต์ระดับโลก
Tenable ยังได้กล่าวถึงก้าวสำคัญของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากมีการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เช่น Mythos และโปรเจกต์ Glasswing รวมถึงโครงการ TAC (Trusted Access for Cyber) ของ OpenAI ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงโมเดลพื้นฐานล้ำสมัยอย่าง GPT-5.5 Cyber เพื่อช่วยตรวจสอบและค้นหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ ได้แนะนำ Tenable Hexa AI ตัวช่วยอัจฉริยะ (Agentic Harness) ที่ผสานการทำงานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง AWS Bedrock, Anthropic และ GPT-5.5 เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานด้านความปลอดภัยด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร (Machine Speed) โดยยังคงรักษากลไกการตัดสินใจโดยมนุษย์ (Human-in-the-loop) ในขั้นตอนสำคัญ พร้อมทั้งช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เช่น การจัดหมวดหมู่ข้อมูล (Tagging) เพื่อคืนเวลาให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย
