HPE เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์คลาวด์ส่วนตัวและแพลตฟอร์มข้อมูล เร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัลและรองรับการใช้งาน AI สำหรับองค์กร

HPE

กลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชันคลาวด์ส่วนตัว ระบบจัดเก็บข้อมูล และระบบการปกป้องข้อมูล ใหม่นี้ จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ยืดหยุ่นได้มากขึ้น และการดึงข้อมูลจาก AI เร็วยิ่งขึ้น

  • HPE Private Cloud ยกระดับการจัดการครอบคลุม Kubernetes บน HPE ProLiant Compute Gen 12 รุ่นล่าสุด รองรับการทำงานของทั้งเวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟและแบบเวอร์ชวลไลซ์ไว้ในระบบเดียวที่มีประสิทธิภาพสูง
  • HPE Alletra Storage MP X10000 การจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงรองรับทั้งไฟล์และอ็อบเจ็กต์บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการข้อมูลได้ง่ายขึ้น และช่วยเร่ง AI ดาต้าไปป์ไลน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • HPE เปิดตัวความสามารถ Agentic AI ใหม่ ครอบคลุม HPE Alletra Storage MP B10000, HPE Zerto Software และ HPE Data Fabric Software ช่วยให้องค์กรจัดการ ปกป้องข้อมูล และดำเนินงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

HPE (NYSE: HPE) ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม GreenLake ใหม่ ครอบคลุมคลาวด์ส่วนตัว พื้นที่จัดเก็บ และการคุ้มครองข้อมูล เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรให้ทันสมัย เร่งความพร้อมด้านการดึงข้อมูลจาก AI โดย GreenLake นำเสนอแนวทางแบบรวมศูนย์ (Cohesive Approach) ช่วยให้องค์กรสามารถปรับใช้ทั้งเวิร์กโหลดแบบเสมือนจริงและแบบคลาวด์เนทีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือที่หลายตัวจากผู้ให้บริการหรือเผชิญความเสี่ยงจากการย้ายระบบ


ฟิเดลมา รุสโซ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Hybrid Cloud และ CTO ของ HPE เปิดเผยว่า  “องค์กรต่าง ๆ กำลังเร่งปรับตัวเพื่อรองรับ AI และรันไทม์บนคลาวด์เนทีฟ ทำให้ต้องมองหาโซลูชันด้านการบริหารจัดการ การปกป้อง และการปรับขนาดขยายระบบ เพื่อการดำเนินงานแบบรวมศูนย์ที่ใช้ได้จริง โดยเราได้ผสานคลาวด์ส่วนตัว ข้อมูล และการปกป้องเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้การย้ายจากแพลตฟอร์มเดิมขององค์กรทำได้ง่ายขึ้น ระบบยืดหยุ่นได้มากขึ้น และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดต้นทุนเป็นเจ้าของ (TCO)”

 

ฟิเดลมา รุสโซ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Hybrid Cloud และ CTO ของ HPE


คลาวด์ส่วนตัวยุคใหม่ที่ผสานเวิร์กโหลดคลาวด์เนทีฟและแบบเสมือนเข้าด้วยกัน

HPE Private Cloud ก้าวสู่รุ่นที่ 4 มอบความยืดหยุ่นให้องค์กรที่กำลังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยกว่าระบบเวอร์ชวลไลเซชันแบบดั้งเดิม HPE Private Cloud ได้ยกระดับเพิ่ม Kubernetes สำหรับการจัดการเครื่องเสมือน (VM) และคอนเทนเนอร์แบบครบรวมศูนย์บนแพลตฟอร์มเดียว พร้อมความสามารถในการขยายระบบสำหรับเวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ HPE ยังรองรับการอัปเกรดสำหรับลูกค้า HPE Private Cloud Business Edition เดิมได้อย่างราบรื่น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการทั้ง VM และ Kubernetes บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิ

 

ด้วยโซลูชันการรวมศูนย์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านการดำเนินงานและข้อมูลไว้บนแพลตฟอร์มจากผู้ให้บริการรายเดียว HPE Private Cloud ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องต่อเนื่อง พร้อมช่วยลดต้นทุนและบริหารความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น

  • สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างรูปแบบการดำเนินงานคลาวด์แบบรวมศูนย์ ครอบคลุมการจัดการแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ รวมถึงออร์เคสเตรชัน การย้าย และระบบอัตโนมัติ HPE Private Cloud สามารถอัปเกรดไปเป็น HPE Morpheus Software เวอร์ชันสำหรับองค์กร
  • ระบบ HPE Private Cloud รุ่นใหม่ พัฒนาบน HPE ProLiant Compute Gen12 รุ่นล่าสุด ให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดียิ่งขึ้น รองรับการรวมเวิร์กโหลดที่มากขึ้น และเสริมความปลอดภัยด้วย HPE Integrated Lights-Out (iLO)
  • HPE Zerto Software รองรับการย้ายเวิร์กโหลดจากสภาพแวดล้อม VMware ไปยังเครื่องเสมือนของ HPE พร้อมการปกป้องข้อมูลแบบต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรสามารถย้ายระบบได้โดยแทบไม่กระทบการให้บริการ ในขณะเดียวกันยังคงการปกป้องเวิร์กโหลดในระดับองค์กร และรองรับการกู้คืนข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงได้อย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์ทางไซเบอร์
  • การรวมประสานเข้ากับ Veeam Data Platform ช่วยเสริมการปกป้องข้อมูลบน HPE Private Cloud ด้วยการสำรองข้อมูล และการสำรองข้อมูลแบบทำสำเนาทั้งระบบ (Image-Based Backup) ในระดับโฮสต์ แบบไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเอเจนต์ (Agentless), การติดตามและบันทึกเฉพาะบล็อกข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลง (Native Changed Block Tracking) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงรองรับการกู้คืนข้ามแพลตฟอร์มเพื่อความคล่องตัวในการย้ายข้อมูล
  • HPE StoreOnce ทำการรวมเข้ากับ HPE Private Cloud เพื่อนำเสนอการสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและประหยัดพื้นที่สำหรับการจำลองแบบเรียลไทม์ พร้อมการกู้คืนที่มี RPO/RTO เกือบเป็นศูนย์

 

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮเปอร์คอนเวอร์จในงานด้านเอดจ์และระบบแบบกระจาย HPE SimpliVity ยังรองรับ HPE Morpheus VM Essentials เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านความยืดหยุ่นของระบบ และการสำรองข้อมูลผ่าน HPE StoreOnce Gen5 การผสานการทำงานกับ StoreOnce แบบเนทีฟช่วยให้การสำรองข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และประหยัดพื้นที่ ขณะเดียวกันยังช่วยให้องค์กรสามารถสร้างมาตรฐานการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และลดความซับซ้อนในการปกป้องข้อมูลสำหรับเวิร์กโหลดเสมือนได้

 

HPE ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลแบบรวมศูนย์ รองรับ AI และเวิร์กโหลดสมัยใหม่

HPE เดินหน้าขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์มข้อมูลแบบรวมศูนย์ ด้วยการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บไฟล์แบบเนทีฟ รองรับการขยายระบบจัดเก็บข้อมูลแบบบล็อก และเสริมการบริหารจัดการด้วย Agentic AI นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการทำงานของข้อมูลสำหรับ AI ด้วยข้อมูลอัจฉริยะ พร้อมยกระดับวิธีการจัดการ ปกป้อง และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร

  • HPE Alletra Storage MP X10000 ขยายศักยภาพการเข้าถึงข้อมูล โดยการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บไฟล์แบบเนทีฟควบคู่กับพื้นที่จัดเก็บอ็อบเจ็กต์บนแพลตฟอร์มเดียว ปัจจุบัน X10000 สามารถขยายขนาดได้สูงสุด 16 โหนด รองรับความจุข้อมูลดิบ 23PB พร้อมรับประกันความพร้อมใช้งานของข้อมูล 100% เพื่อให้แอปพลิเคชันทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด นอกจากนี้ X10000 ยังรองรับพื้นที่จัดเก็บไฟล์ที่เปิดใช้งาน RDMA (Remote Direct Memory Access) โดยต่อยอดจากการรองรับ S3 บน RDMA ที่มีอยู่เดิม ช่วยให้การจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำหรับเวิร์กโหลด AI, ทั้งการเทรน การอนุมาน และ KV cache ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ X10000 ยังช่วยให้สามารถใช้งานด้านการวิเคราะห์ ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ และการสำรองข้อมูลได้หลากหลาย พร้อมประสิทธิภาพการอ่านข้อมูลสำรองระดับชั้นนำ สูงสุดถึง 2.5 PB/ชั่วโมง ผ่าน X10000 Data Protection Accelerator Node
  • HPE Alletra Storage MP B10000 ยกระดับประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นสำหรับเวิร์กโหลดที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ ด้วยการรองรับแบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถตรวจจับ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาการจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ พร้อมการรับประกันอัตราการลดขนาดข้อมูลจัดเก็บ 5:1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนโดยรวมต่อ TB นอกจากนี้ B10000 ยังรองรับการขยายโหนดคอนโทรลเลอร์ได้เพิ่มเติมจาก 4 เป็น 6 โหนด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีก 50% พร้อมความสามารถด้าน Dual-Node Fault Tolerance ในตัว เพื่อให้ระบบยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดความขัดข้อง
  • HPE Data Fabric Software มาพร้อมความสามารถในการจัดวางและเคลื่อนย้ายข้อมูลตามนโยบาย ช่วยให้องค์กรสามารถเตรียมและบริหารจัดการข้อมูลสำหรับเวิร์กโหลด AI ในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ยังมีอินเทอร์เฟซแบบสนทนาและผู้ช่วย Agentic AI ช่วยให้เข้าถึง Global Namespace ด้วยภาษาธรรมชาติ เพื่อเร่งการวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างรายงานแบบอัตโนมัติ และการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การผสานรวมเมตาเดต้าที่ได้รับการพัฒนายังช่วยเพิ่มการมองเห็นของข้อมูล (Visibility) การจำแนกประเภท รวมถึงที่มาของข้อมูล พร้อมรองรับมาตรฐานแบบเปิด เช่น Apache Polaris เพื่อให้การกำกับดูแลและการปฏิบัติตามข้อกำหนดเป็นไปอย่างสอดคล้องกันในทุกแพลตฟอร์ม
  • HPE Zerto ยกระดับการปกป้องข้อมูลด้วย AI ผ่านผู้ช่วย AI ที่ใช้งานง่าย พร้อมผสานการทำงานเข้ากับ Microsoft Defender เพื่อเพิ่มการมองเห็นภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ และช่วยให้กู้คืนข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยต่อยอดจากนวัตกรรมการกู้คืนอัตโนมัติขนาดใหญ่ของ HPE ที่เปิดตัวในงาน RSAC 2026
Previous Post Next Post