ผลสำรวจพบว่า องค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจให้ความสำคัญกับระบบจัดเก็บข้อมูลที่ผ่านการพิสูจน์แล้วและมีความน่าเชื่อถือ เมื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางการสร้างและการจัดเก็บข้อมูลทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ AI พัฒนาไปสู่ระบบข้อมูลระดับการผลิตที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายในการบริหารจัดการความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญในระดับเดียวกับความท้าทายด้านการประมวลผล จากผลสำรวจใหม่จากกลุ่มตัวอย่างของลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ทั่วโลก เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชัน (Nasdaq: WDC) พบว่าองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีความน่าเชื่อถือแบบผ่านการพิสูจน์แล้ว และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่คาดการณ์ได้ ไปจนถึงสามารถรองรับการขยายตัวของข้อมูลได้ในระยะยาว และประเด็นเชิงลึกอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากตลาดอีกหลายด้าน
ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโครงสร้างพื้นฐาน AI แม้ว่าทรัพยากรด้านการประมวลผล (Compute Resources) จะสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในกระบวนการเทรนและการประมวลผลของ AI แต่ข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น เช่น ชุดข้อมูลสำหรับการเทรน บันทึกการประมวลผล (Inference Logs) เอ็มเบดดิงส์ (Embeddings) และผลลัพธ์ต่าง ๆ ยังคงเพิ่มสะสมอย่างต่อเนื่อง เมื่อองค์กรต่าง ๆ เปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้งานไปสู่การนำ AI ไปใช้งานจริงในระดับองค์กร การตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐานจึงถูกขับเคลื่อนมากขึ้นด้วยปัจจัยด้านการจัดเก็บข้อมูลระยะยาวและความคุ้มค่าทางการดำเนินงาน ส่งผลให้ความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ขึ้นอยู่กับรอบการใช้งานด้านการประมวลผลในระยะสั้น
ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจ
โครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านการทดสอบแล้วได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น: องค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่ผ่านการใช้งานและพิสูจน์ประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากขึ้น เมื่อการใช้งาน AI เริ่มขยายตัวในระดับองค์กร
- 66% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า พวกเขาได้ลดความสำคัญ หรือกำลังพิจารณาการลดความสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถมอบความเชื่อมั่นอย่างสม่ำเสมอ และประสิทธิภาพที่คาดการณ์ได้ในระดับการใช้งานขนาดใหญ่
ความน่าเชื่อถือและเวิร์กโหลด AI กลายเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดของโครงสร้างพื้นฐาน: เมื่อ AI ขยายตัวขึ้น จุดมุ่งเน้นของโครงสร้างพื้นฐานกำลังเปลี่ยนไปสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยปริมาณงานที่ประมวลผลได้ (Throughput) ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายข้อมูลอย่างต่อเนื่องในระดับขนาดใหญ่ แนวทางนี้ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความสม่ำเสมอ และประสิทธิภาพ มากกว่าการลดค่าความหน่วง (Latency) เพื่อช่วยลดภาระด้านการดำเนินงาน
- 69% ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับการรองรับเวิร์กโหลดสำหรับการเทรนและการประมวลผลของ AI (AI Training and Inference Workloads)
- 69% ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับการเพิ่มความน่าเชื่อถือและความพร้อมในการใช้งานของระบบ
- ผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 7% ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านค่าความหน่วง (Latency Optimization) ซึ่งเป็นลำดับความสำคัญที่ต่ำกว่า ปัจจัยด้านการขยายระบบ ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
การขยายความจุและความคุ้มค่าด้านต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน: เมื่อปริมาณข้อมูลจาก AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยด้านต้นทุนและความจุในการจัดเก็บข้อมูลจึงมีบทบาทสำคัญต่อการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระยะยาวและการดำเนินงาน AI อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มของการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ความสำคัญกับการรองรับการขยายตัวในระยะยาว ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการเติบโตของข้อมูล AI มากยิ่งขึ้น
- 87% ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับการขยายความจุและการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของระบบ (TCO)
ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์เป็นตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจด้านการจัดเก็บข้อมูล: ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และความสามารถในการขยายระบบยังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูลแบบลำดับชั้น (Tiered Storage Architectures) ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล AI
- 74% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุถึงข้อได้เปรียบหลักของโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ HDD ในด้านต้นทุนไม่ว่าจะเป็นการเป็นเจ้าของระบบ (TCO) หรือความจุ ไปจนถึงความสามารถในการขยายระบบ
โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ HDD ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI: HDD ยังคงเป็นสัดส่วนหลักของระบบจัดเก็บข้อมูลในศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรต่าง ๆ วางแผนรองรับสภาพแวดล้อมข้อมูลระดับเอ็กซะไบต์ (Exabyte-scale) และความต้องการจัดเก็บข้อมูลในระยะยาว
- 70% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนระบบจัดเก็บข้อมูลขององค์กร ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานของตนยังคงใช้ HDD เป็นหลัก โดยคิดเป็นมากกว่า 50% ของความจุระบบจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด
- 35% ระบุว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรมีการใช้ HDD คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 75% ของความจุในการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด
“HDD ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของเรา เนื่องจากสามารถมอบการจัดเก็บข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รองรับการขยายตัวได้ และมีต้นทุนที่คุ้มค่ากว่า จึงเหมาะสำหรับการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลและการเก็บรักษาข้อมูลในระยะยาว” คุณอาบิช โมฮาเหม็ด (Abish Mohamed) จาก Amstergi Middle East กล่าว
“HDD ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีแบบเดิมที่ล้าสมัย แต่เป็นโซลูชันเชิงกลยุทธ์ด้านความจุในการจัดเก็บข้อมูล อีกทั้ง HDD ยังเหมาะสำหรับการรองรับการเติบโตของข้อมูล และมีต้นทุนต่อเทราไบต์ (TB) ต่ำที่สุดในตลาด อนาคตจึงไม่ใช่การแข่งขันระหว่าง HDD กับ SSD แต่คือการทำงานร่วมกันของ HDD และ SSD” ผู้ตอบแบบสำรวจนิรนาม
ผลสำรวจนี้สะท้อนต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างไร
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรกำลังออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับระบบข้อมูล AI ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเพื่อรองรับเวิร์กโหลดเฉพาะจุดหรือการทดลองใช้งานในระยะสั้นเท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น โดยโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังถูกออกแบบให้เป็นระบบข้อมูลระยะยาว มากกว่าการเป็นเพียงสภาพแวดล้อมด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงเท่านั้น
“AI ถือเป็นความท้าทายด้านระบบข้อมูลโดยพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงความท้าทายด้านการประมวลผลเท่านั้น ลูกค้าของเราอยู่แนวหน้าของการแก้ไขปัญหานี้ และความต้องการของพวกเขาได้กำหนดทิศทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้นสำหรับยุค AI และอนาคต” คุณอาเหม็ด ชีฮับ (Ahmed Shihab) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ WD กล่าว “แม้ว่าทรัพยากรด้านการประมวลผลจะสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่ข้อมูลยังคงอยู่และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่จะประสบความสำเร็จใน AI ยุคถัดไป คือองค์กรที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับระบบข้อมูลที่ทำงานอย่างต่อเนื่องในระดับขนาดใหญ่ ไม่ใช่เพียงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดด้านการประมวลผลเท่านั้น”
“HDD ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาว เพราะสามารถตอบโจทย์ด้านต้นทุนและการรองรับการขยายระบบได้ในแบบที่เทคโนโลยีใหม่ยังไม่สามารถทดแทนได้ กล่าวอย่างง่ายคือ HDD ยังคงเป็นวิธีที่คุ้มค่าและเชื่อถือได้ที่สุดในการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลในระยะยาว แม้ SSD จะมีบทบาทสำคัญสำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องการประสิทธิภาพสูง แต่ HDD ยังคงไม่มีเทคโนโลยีใดเทียบได้ในด้านการจัดเก็บข้อมูลปริมาณมาก” ผู้ตอบแบบสำรวจนิรนาม
