OutSystems Enterprise Context Graph และ Mentor รุ่นใหม่ ช่วยให้การสร้างและกำกับดูแลระบบ Agentic สำหรับองค์กรเป็นเรื่องง่าย ภายใต้แพลตฟอร์มเดียวที่รวมศูนย์และมีความปลอดภัยสูงสุด
OutSystems ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการพัฒนา AI ประกาศเปิดตัว Agentic Systems Engineering ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในการพัฒนา AI ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสร้าง จัดการ และพัฒนาระบบ Agentic ที่มีการกำกับดูแลสำหรับใช้งานในระดับองค์กร
การพัฒนา AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างซอฟต์แวร์และบทบาทของนักพัฒนาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่เอเจนต์ (agents) สามารถสร้างโค้ดได้รวดเร็วกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเครื่องมือใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งนี้กลับไม่ได้นำไปสู่ซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูงขึ้นหรือสถาปัตยกรรมที่สอดประสานกันมากขึ้น ปัญหายิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อระบบเก่า (legacy systems) กลายเป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรม และต้องอาศัยการจัดการข้อมูลรวมถึงการเชื่อมต่อระบบที่ยุ่งยากกว่าเดิม
OutSystems Agentic Systems Engineering คือแนวทางที่แตกต่างที่มุ่งแก้ปัญหาความซับซ้อนทางเทคนิคและสถาปัตยกรรมที่กระจัดกระจายขององค์กรสมัยใหม่ซึ่งมักจะวิเคราะห์ได้ยาก การพัฒนาบริบทที่สมบูรณ์และแนวทางป้องกันที่เอเจนต์จำเป็นต้องใช้ จะช่วยรับประกันได้ว่าระบบที่ส่งมอบนั้นมีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และเป็นไปตามข้อกำหนด
หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือ OutSystems Enterprise Context Graph ซึ่งต่อยอดจากประสบการณ์กว่าสองทศวรรษในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เน้นจุดประสงค์ทางธุรกิจมากกว่าเพียงแค่ตัวโค้ด โดย Enterprise Context Graph จะช่วยขยายสถาปัตยกรรมเชิงบริบทที่เป็นเอกลักษณ์ของ OutSystems ด้วยเครื่องมือแบบไดนามิกที่เอเจนต์ต้องการ เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในระบบที่ซับซ้อน
ด้วยการสร้างความเข้าใจในสถาปัตยกรรมองค์กรที่มีความแม่นยำสูงและเป็นแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันและเอเจนต์ เวิร์กโฟลว์ ข้อมูล และความเชื่อมโยงระหว่างกัน Enterprise Context Graph จึงเป็นข้อได้เปรียบทางแพลตฟอร์มที่องค์กรต้องการ เพื่อนำพลังของเทคโนโลยี Agentic มาใช้ในธุรกิจได้อย่างแท้จริง
"AI กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านเครื่องมือและส่วนงานต่าง ๆ มากกว่าที่เคยเป็นมา แต่สิ่งสำคัญคือองค์กรยังคงต้องการให้ความเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแล มีความปลอดภัย และพร้อมสำหรับการใช้งานจริง" คุณวู้ดสัน มาร์ติน (Woodson Martin) ซีอีโอของ OutSystems กล่าว "Agentic Systems Engineering คือคำตอบของเราสำหรับความท้าทายนี้ ด้วย Enterprise Context Graph และ Mentor เจนเนอเรชันใหม่ OutSystems สามารถมอบทั้งบริบท การเชื่อมต่อ และการควบคุมที่องค์กรจำเป็นต้องมี เพื่อใช้เครื่องมือ Agentic ในระบบที่ซับซ้อนและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้"
OutSystems Mentor เจนเนอเรชันใหม่ ขับเคลื่อนโดย Enterprise Context Graph เพื่อมอบประสบการณ์ Agentic Systems Engineering โดยตรงบนแพลตฟอร์ม ด้วยระบบการสร้างแอปแบบสนทนาและการทำงานใน IDE ที่ทรงพลัง Mentor ช่วยให้ทีมงานสร้างและพัฒนาระบบที่ซับซ้อนได้โดยยังคงความสอดคล้องของสถาปัตยกรรมและการใช้โทเค็นที่คุ้มค่า ช่วยยกระดับนักพัฒนาให้ทำงานได้ในระดับสถาปนิกที่มีประสิทธิภาพสูง
เพื่อกำหนดทิศทางไปสู่ระบบนิเวศแบบเปิด บริบทและการกำกับดูแลขององค์กรจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่สำหรับเอเจนต์ของ OutSystems เท่านั้น แต่เป็นข้อกำหนดสำหรับเอเจนต์ทุกตัวที่ทำงานในสภาพแวดล้อมธุรกิจปัจจุบัน ด้วย Agentic Systems Engineering และ Enterprise Context Graph นักพัฒนาจะสามารถใช้เครื่องมือ Agentic ใด ๆ ก็ได้ในการตรวจสอบ ขยายผล และสร้างสิ่งใหม่บนแพลตฟอร์ม OutSystems
สิ่งนี้ช่วยให้ทีมงานสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับองค์กรได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะสร้างด้วย Mentor หรือผ่าน Studio IDE หรือเครื่องมือเขียนโค้ดแบบ Agentic เช่น Claude Code, OpenAI Codex หรือ Cursor โดยไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใด เอเจนต์จะทำงานภายใต้บริบทองค์กรและแนวทางป้องกันเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบปลอดภัย เป็นไปตามข้อกำหนด และพร้อมใช้งานจริง สิ่งนี้ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในแบบระบบนิเวศเปิด พร้อมความมั่นใจในการดำเนินงานภายใต้สถาปัตยกรรมที่มีการกำกับดูแลเป็นหนึ่งเดียว
OutSystems คาดว่าจะเปิดโปรแกรมให้ลูกค้าเข้าใช้งานก่อนกำหนด (early access) ได้ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2569
การนำไปใช้งานจริงของลูกค้ากลุ่มแรกแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Agentic Systems Engineering
มหาวิทยาลัย Kent State เร่งการพัฒนาและการกำกับดูแลด้วย OutSystems Mentor
KSU หนึ่งในสถาบันของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในโอไฮโอ มีแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพด้านไอทีและความรวดเร็วในการนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาดโดยการผสานรวม OutSystems Mentor ด้วยการใช้การวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ KSU ช่วยให้นักพัฒนาข้ามขั้นตอนการไล่ดูโค้ดด้วยตนเอง โดยใช้ Mentor ในการตีความตรรกะของแอปพลิเคชันได้ทันที พร้อมทั้งมั่นใจได้ว่าการทำงานอัตโนมัติทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่เข้มงวด การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ทีมงานมุ่งเน้นไปที่สถาปัตยกรรมระดับสูง ในขณะที่ Mentor จัดการเรื่องการเขียนโค้ดซ้ำๆ การทำเอกสาร และการวินิจฉัยข้อผิดพลาด ซึ่งช่วยลดเวลาการแก้ไขปัญหาจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาทีในระบบของทั้ง 8 วิทยาเขต
valantic พลิกโฉมประสบการณ์นักพัฒนาและสร้างมูลค่าให้ลูกค้าด้วย OutSystems Mentor
valantic ผู้ให้บริการด้านไอทีระดับโลก กำลังเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับนักพัฒนาและความรวดเร็วในการทำตลาดโดยใช้ OutSystems Mentor ด้วยการผสาน Agentic Systems Engineering ตั้งแต่วันแรก valantic ช่วยให้ทีมงานข้ามขั้นตอน "เริ่มจากศูนย์" โดยใช้ Mentor เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโปรเจกต์องค์กรได้ทันที การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้นักพัฒนามุ่งเน้นไปที่สถาปัตยกรรมระดับสูงและตรรกะทางธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ ในขณะที่ Mentor ช่วยทำงานอัตโนมัติทั้งการเขียนโค้ดซ้ำๆ การทำเอกสาร และการทำตัวอย่างต้นแบบ (proof-of-concepts) แบบเรียลไทม์
ACM เตรียมใช้ OutSystems Mentor เป็นตัวช่วยหลักในการพัฒนา AI
AllianceCorp Manufacturing (ACM) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการผลิต กำลังศึกษาการใช้ OutSystems Mentor เป็นพันธมิตรด้าน AI หลักเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ e-mobility การทำงานร่วมกับ Mentor ทำให้นักพัฒนามืออาชีพของ ACM สามารถสร้างโมเดลข้อมูล หน้าจอ UI และการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยมั่นใจได้ว่าโค้ดทั้งหมดสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขององค์กร ตัวอย่างการใช้งานที่สำคัญคือ ACM ใช้ Mentor เพื่อดึงข้อมูลเฉพาะ เช่น ข้อมูลใน title blocks และค่าความคลาดเคลื่อนทางเรขาคณิต จากแบบร่าง 2D CAD ผ่านเอเจนต์ AI ซึ่ง Mentor จะอธิบายขั้นตอนและความสัมพันธ์ทั้งหมดไว้อย่างชัดเจน ทำให้การรับนักพัฒนาใหม่เข้ามาดูแลโปรเจกต์ทำได้ง่ายขึ้น
SRS Distribution ลดเวลาในการพัฒนาลงครึ่งหนึ่งด้วย OutSystems Mentor
SRS Distribution ในเครือ The Home Depot ได้เร่งการพัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นถึง 50% โดยใช้ OutSystems Mentor ด้วยแนวทางแบบ Agentic ทำให้ปัจจุบันทีมงานสามารถส่งมอบโปรเจกต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์แทนที่จะเป็นหลายเดือน ตัวอย่างที่โดดเด่นคือแอปพลิเคชันบันทึกเวลาทำงานที่ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มคิดจนถึงใช้งานจริงในเวลาเพียงสองสัปดาห์ นอกจากนี้ SRS Distribution ยังเร่งการส่งมอบงานฝั่ง front-end ได้อย่างมาก โดย Mentor รับหน้าที่ดูแลงานถึง 60% และต้องการการปรับแก้โค้ดเพียงเล็กน้อย แอปพลิเคชันอื่นๆ ที่สร้างด้วย Mentor ยังรวมถึงแอปมือถือสำหรับงานภาคสนาม เครื่องมือจัดการข้อมูลลูกค้า และแอปพลิเคชันด้านการเงิน
"ด้วย Mentor เราสามารถสร้างส่วนหน้าของแอปและตรรกะทางธุรกิจเบื้องต้นเพื่อนำเสนอแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน จากเดิมที่เคยต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์" Mattheus Benitez หัวหน้าทีมเทคนิคที่ SRS Distribution Inc. กล่าว "สิ่งนี้ช่วยเร่งกระบวนการพัฒนาโดยรวมให้เร็วขึ้นอย่างมหาศาล"
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ OutSystems Agentic Systems Engineering คลิกที่นี่


