INFOSEC จับมือ Pentera ชู AI-Driven Security Validation ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในประเทศไทย

INFOSEC

บริษัท อินโฟ ซีเคียวริตี้ คอนซัลแทนต์ จำกัด (INFOSEC) ผู้ให้บริการโซลูชันไซเบอร์ซิเคียวริตี้แบบครบวงจรชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Pentera ผู้นำระดับโลกด้าน Automated Security Validation (ASV) เดินหน้านำเทคโนโลยี Real-World Attack Emulation และ AI-Driven Adversarial Testing สู่ตลาดองค์กรไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทดสอบระบบจากปีละครั้ง สู่การวัดผลความมั่นคงปลอดภัยแบบต่อเนื่อง หรือ Continuous Security Validation

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นปัจจัยพลิกโฉมทั้งฝั่งผู้โจมตีและผู้ป้องกัน ข้อมูลจาก McKinsey ชี้ให้เห็นว่ากว่า 40% ของการโจมตีทั่วโลกมี AI เป็นองค์ประกอบ สอดรับกับแนวโน้มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ IDC คาดการณ์ว่า ตลาด AI Platform จะเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 67% บริบทดังกล่าวผลักดันให้ AI กลายเป็นพื้นที่ถูกโจมตีที่องค์กรต้องรับมือ

สำหรับประเทศไทย การเร่งตัวของ Digital Transformation ส่งผลให้ภัยคุกคามอาทิการโจมตีในรูปแบบ Ransomware และมุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Supply Chain มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น การปฏิบัติตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยที่ลงทุนไปนั้นป้องกันการโจมตีได้จริง

Pentera

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเข้าใจบริบทองค์กรไทยและประสบการณ์กว่า 20 ปีของ INFOSEC เข้ากับเทคโนโลยีการทดสอบระดับโลกของ Pentera เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเตรียมตัว และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยชูจุดแข็งผ่าน 3 เทคโนโลยีหลักประกอบด้วย
  • Automated Security Validation Platform: แพลตฟอร์มทดสอบความแข็งแกร่งของระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของโซลูชันต่าง ๆ เช่น Firewall, Endpoint Detection and Response (EDR) และ Identity and Access Management (IAM) เพื่อชี้เป้าช่องโหว่ที่สามารถโจมตีได้จริงแทนการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงทฤษฎี
  • Real-World Attack Emulation: การจำลองพฤติกรรมผู้โจมตีตามเทคนิคที่ใช้จริง (TTPs) บนสภาพแวดล้อมการทำงานขององค์กร ภายใต้สถาปัตยกรรม Safe-by-Design ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบปฏิบัติการหลัก พร้อมให้ผลลัพธ์แบบจัดการได้จริง รวมถึงจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขอย่างแม่นยำ
  • AI-Driven Adversarial Testing และ AI Remediation: ยกระดับการทดสอบเชิงรุกด้วย AI พร้อมวิสัยทัศน์ Vibe Red Teaming ที่ผู้ใช้งานสามารถสั่งรันการโจมตีอัตโนมัติด้วยภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ Pentera ยังผสานความสามารถของแพลตฟอร์ม DevOcean ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการ เพื่อต่อยอดกระบวนการ AI-Remediation ปิดวงจรการทำงานตั้งแต่ทดสอบ วินิจฉัย จัดลำดับความสำคัญ ไปจนถึงการแก้ไขแบบอัตโนมัติ

Pentera

คุณวรเทพ ดีเลิศมงคลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท อินโฟ ซีเคียวริตี้ คอนซัลแทนต์ จำกัด กล่าวว่า “ภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและพลิกแพลงตลอดเวลาด้วยขีดความสามารถของ AI ความร่วมมือกับ Pentera ในครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยีที่ทดสอบและวัดผลได้จริงมาสู่ องค์กรไทย เพื่อสร้างแนวป้องกันที่แข็งแกร่งและก้าวตามทันวิวัฒนาการของผู้โจมตี”

Pentera


ด้าน Michael Tan ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Pentera กล่าวว่า “เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตอย่างมากของตลาดไซเบอร์ซิเคียวริตี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ความเชี่ยวชาญระดับลึกของ INFOSEC ในตลาดประเทศไทยจะช่วยให้ Pentera สามารถขยายการเติบโตและนำแพลตฟอร์ม Automated Security Validation ไปสู่ภาคองค์กรในภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพของระบบป้องกันความปลอดภัยได้อย่างเชิงรุกและต่อเนื่อง”
Previous Post Next Post