AutoStore รุกโซลูชั่นระบบจัดการคลังสินค้าอัจฉริยะแบบ Cube Storage เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านโลจิสติกส์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในงาน TILOG-LOGISTIX 2023


แนวคิดการจัดเก็บคลังสินค้าที่ปฏิวัติวงการ ช่วยลดค่าไฟฟ้า ประหยัดพื้นที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า  มาพร้อมเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลของระบบบริหาร และจัดการคลังสินค้า (order fulfilment) อันสะดวกรวดเร็ว ด้วยที่พื้นที่ที่มีอยู่เดิม


จากการต้องรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยเน้นย้ำเจตนารมณ์ที่จะบรรลุเป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero) ภายในปี พ.ศ. 2608   ซึ่งกิจกรรมทางด้าน โลจิสติก ซัพพลายเชน (Logistic Supply Chain)  ส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในการขนส่งระยะทางไกลและคลังสินค้าที่มีขนาดใหญ่เป็นหลัก


ภาคส่วนโลจิสติกส์กำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยโซลูชั่นที่ยั่งยืน สู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม สำหรับงานแสดงสินค้าและบริการด้านโลจิสติกส์ประจำปีในชื่องาน ไทล็อก-โลจิสติกซ์ (TILOG-LOGISTIX)  ภายใต้แนวคิด “ Smart and Green Logistics for Sustainable Tomorrow ” หรือ “ โลจิสติกส์รักษ์โลก อัจฉริยะสู่อนาคตที่ยั่งยืน ”  กลับมาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 6 โดยเน้นความยั่งยืน และ กรีน เทคโนโลยี  (Green Technology)  โซลูชั่นล่าสุดสำหรับระบบการจัดการขนส่งสินค้า ระบบคลังสินค้า การจัดการวัสดุและบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงระบบการจัดการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ที่ครบครันที่สุด   อย่างไรก็ตามโซลูชั่นที่ช่วยให้การดำเนินการตาม Order fulfilment  ได้อย่างรวดเร็วเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดยังคงเป็นที่ต้องการเช่นกัน


ด้วยเหตุนี้ ออโตสตอร์ (AutoStore) ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติแบบคิวบ์ สตอเรจ (Cube Storage)  ได้       เข้าร่วมใน งาน TILOG-LOGISTIX 2023 เพื่อแสดงโซลูชั่นโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 98 บูธ L10 ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 สิงหาคม พ.ศ.2566



อวดโฉมโซลูชั่น


ออโตสตอร์ (AutoStore)  ได้จัดแสดง “ Vending Machine ” ( ระบบจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ) ซึ่งเป็น Grid (กริด) ขนาดกลางและ ทั้งยังนำ เวิร์กสเตชัน (Workstation) หรือที่เรียกว่า “พอร์ต”  ( Port ) –  ประกอบด้วย ConveyorPort และ CarouselPort ซึ่งมักจะเห็นในคลังสินค้าของอุตสาหกรรมต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ร้านตัวแทนผู้ให้บริการโลจิสติกส์ หรือ 3PL กลุ่มดูแลสุขภาพและอื่น ๆ  “Vending Machine” ประกอบด้วยหุ่นยนต์ R5 2 ตัว และแท่นชาร์จของหุ่นยนต์ พร้อมด้วยกล่องจัดเก็บสินค้า หรือ บิน (BIN)  สำหรับจัดเก็บสินค้าา 60 บิน ขนาดความสูงของบิน อยู่ที่ 330 มม. เพื่อใช้การจัดเก็บ (Storage) และการเบิกจ่าย (Retrieval) สินค้า


ConveyorPort เป็นเวิร์กสเตชัน (Workstation) มีรูปแบบเรียบง่าย โดยกล่องจัดเก็บสินค้า หรือ บิน จะถูกวางลงบนสายพานลำเลียงและเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังพื้นที่ด้านนอกกริด (Grid)  พร้อมทั้งระบบ Smart covering และเซ็นเซอร์ช่วยให้การทำงานของผู้ใช้งานปลอดภัยมากยิ่งขึ้น CarouselPort ทำงานด้วยแกนหมุนแบบ 3 แกน ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับผู้ใช้งานโดยประสานกับหุ่นยนต์เพื่อให้แน่ใจว่ากล่องจัดเก็บสินค้า ถัดไปพร้อมทำงานอยู่เสมอ


การทำงานของ Carousel มั่นใจได้ถึงการทำงานอย่างต่อเนื่องในคลังสินค้าทุกแห่ง การออกแบบล่าสุด ของ CarouselPort 4.0 มีฝาครอบนิรภัยที่ออกแบบใหม่ซึ่งเลื่อนได้อย่างอิสระในทุกทิศทาง และกล่องนิรภัยใหม่ที่มีตัวเลือกการหยุดฉุกเฉินเพิ่มเติม การปรับปรุงเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้งาน และความปลอดภัยของ CarouselPort ให้ได้สูงสุดในขณะที่ลดต้นทุนการดำเนินงาน


โซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานแต่รวดเร็ว


เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของงานแสดงสินค้านี้ ในด้านความยั่งยืน ระบบจัดเก็บของออโตสตอร์            ที่มีหุ่นยนต์ 10 ตัวใช้พลังงานโดยประมาณเท่ากับเครื่องดูดฝุ่นที่ทำงานในระยะเวลาเท่ากัน


หุ่นยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ชาร์จตัวเองในเวลาที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการชาร์จมากเกินไป แต่ยังมีฟังก์ชันสร้างพลังงานใหม่เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้งที่ลดถังหรือลดความเร็ว สรุปแล้วใช้พลังงานเพียง 100 วัตต์ ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการคลังสินค้าลดลง


แม้จะประหยัดพลังงานมาก แต่การเลือกโซลูชั่นคลังสินค้าอัตโนมัติของออโตสตอร์ (AutoStore) จะช่วยให้ธุรกิจมีระบบจัดการคำสั่งซื้อต่อตารางฟุตได้เร็วที่สุดในตลาดอีกด้วย ระบบดำเนินการตามคำสั่งซื้อด้วยความเร็วสูงถึง 650 บิน ต่อชั่วโมงสำหรับทุกเวิร์กสเตชัน (Workstation) ทั้งหมดนี้ช่วยลดการใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินการคลังสินค้าได้อย่างมาก



ลดพื้นที่คลังสินค้าในขณะที่เพิ่มประสิทธิภาพ


เมื่ออสังหาริมทรัพย์กลายเป็นสินค้าพรีเมียมในเมืองต่างๆ ประกอบกับความต้องการอี-คอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้น ออโตสตอร์ จึงนำเสนอระบบแบบคิวบ์ สตอเรจ   ที่ไม่เหมือนใครซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ขยายระบบได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้พื้นที่เพิ่มและย้ายสถานที่ในคลังสินค้าได้


ทั้งนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ว่างด้วยการออกแบบ Building Block แบบโมดูลาร์ที่ขยายขึ้นเพื่อรองรับความต้องการความจุของคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น ระบบปรับขนาดได้สูงและประหยัดพื้นที่ ทำให้เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ถึง 4 เท่าภายในพื้นที่เดียวกัน พร้อมช่วงเวลาในการทำงานสูงสุด 99.7% ซึ่งแสดง ให้เห็นว่า ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถเข้าถึงสินค้าคงคลังได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน  ทั้งยังมีความแม่นยำในการหยิบสินค้าสูงถึง 99.9% และลดข้อผิดพลาด ทำให้มีสินค้าส่งคืนน้อยลงและลูกค้ามีความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น   โดยออโตสตอร์ได้ติดตั้งระบบไปมากกว่า 1,150 ระบบทั่วโลก มีลูกค้ามากกว่า 115 รายที่มาจากภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก


“ในขณะที่โลกยังคงเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญนี้ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความยั่งยืนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์”  นายฟิลิปป์ ชิตเตอร์  (Philipp Schitter)  รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจเอเชียแปซิฟิกของ บริษัท ออโตสตอร์  กล่าว


“การผสานรวมโซลูชันคลังสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับการดำเนินงานของธุรกิจในประเทศไทย เราเชื่อว่าไม่เพียงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก แต่ยังช่วยให้ธุรกิจรับมือกับข้อจำกัดทางด้านพื้นที่และความเร็วที่ต้องส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นความท้าทายที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน”



ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมหรือไม่? เยี่ยมชมเราได้ที่ไบเทค ฮอลล์ 98 บูธ L10 ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 สิงหาคม 2566 และสัมผัสการใช้งานจริงของโซลูชั่นคลังสินค้าแบบคิวบ์ สตอเรจ (Cube Storage)

ใหม่กว่า เก่ากว่า