Vertiv เปิดตัวแพลตฟอร์มบริหารจัดการ IT ดิจิทัลที่ครอบคลุมมากที่สุดในวงการเพื่อการใช้งานในองค์กร โครงข่ายแบบกระจายตัว เอดจ์ และไฮบริด Vertiv Avocent ADX Ecosystem เป็นระบบบริหารจัดการสินทรัพย์ IT จากระยะไกลที่ทำงานได้ว่องไว ราบรื่น และปลอดภัยสูงสุด


Vertiv (NYSE: VRT) วันนี้ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญและโซลูชันด้านความต่อเนื่องระดับโลก เปิดตัว VertivTM Avocent® ADX Ecosystem ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการระบบไอทีรุ่นใหม่ซึ่งปรับให้ตรงตามคุณสมบัติของดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา  ระบบ Avocent ADX Ecosystem ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญหนึ่งของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาสำหรับสถาปัตยกรรมเครือข่ายไฮบริดที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบันเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานที่ทำงานจากระยะไกล โดยระบบดังกล่าวพร้อมวางขายในทุกภูมิภาคของโลกในปี 2564  

ระบบ Avocent ADX Ecosystem รุ่นใหม่สร้างจากหลักการและความเป็นผู้นำทางความคิดของ Avocent ที่ลูกค้าไว้วางใจมานานหลายปี และออกแบบมาเพื่อใช้ในสภาพแวดล้อมในองค์กร  เอดจ์  ระบบคลาวด์ และโคโลเคชั่น อีกทั้งยังส่งเสริมประสบการณ์การทำงานจากระยะไกลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยพนักงานสามารถเข้าถึงและควบคุมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น เช่น งานวิศวกรรมและการออกแบบขั้นสูงที่จำเป็น การตัดต่อวิดีโอ และแอปพลิเคชันการสตรีมที่มีความละเอียดสูงอื่น   มากกว่านั้นระบบ Avocent ADX Ecosystem ยังมีอุปกรณ์ KVM 4K อันว่องไวและอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติต่าง  ที่มากที่สุดภายในอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียวซึ่งมาพร้อมกับการจัดการอุปกรณ์ไอทีที่ครอบคลุมมากที่สุดในตลาด 

ระบบ Avocent ADX Ecosystem สร้างจากสถาปัตยกรรมทั่วไปที่มีมาตรฐานแบบเปิ แพลตฟอร์ม และระบบ API ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซึ่งช่วยให้ใช้งานอุปกรณ์ไอทีได้รวดเร็ว ปลอดภั และปรับเปลี่ยนขนาดได้ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงระดับเอดจ์   ระบบ Avocent ADX Ecosystem ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Avocent® Core Insight (Avocent® ACI) เพื่อเพิ่มศักยภาพการสื่อสารไปยังอุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน Redfish โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ Avocent ADX สามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่มีมาอย่างยาวนานที่สุดในด้านการบริหารจัดการสถาปัตยกรรมแบบกระจายตัว (Distributedและแบบไฮบริดจากระยะไกลได้ ซึ่งรวมถึงการปรับเปลี่ยนขนาดของระบบเพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของเครือข่าย การอนุญาตให้ผู้ใช้ที่กำหนดไว้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และยังมีความสามารถด้านวิดีโอความที่มีความละเอียดสูงเพื่อสอดรับกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่  รวมถึงขั้วต่อแบบ USB-C ด้วย  


ลูกค้าตั้งแต่ระดับเอดจ์จนไปถึงระดับองค์กร คลาวด์ และ โคโลเคชั่น กำลังมองหาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบได้อย่างปลอดภัย เพราะการทำงานจากระยะไกลและการจัดการระบบได้ขยายตัวขึ้นอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา” คุณ Rob Brothers รองประธานโครงการฝ่ายบริการดาต้าเซ็นเตอร์และหน่วยสนับสนุนแห่ง IDC  กล่าว “Vertiv กำลังใช้แพลตฟอร์ม Avocent ADX รุ่นใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเรื่องการปรับเปลี่ยนขนาด 

ด้วย Use Case ของทั้งระบบ AI  IoT  5G ละเทคโนโลยีที่ใช้ข้อมูลจำนวนมากกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ดาต้าเซ็นเตอร์ทุกขนาดจึงมีความซับซ้อนมากขึ้น อกจากนี้แพลตฟอร์มไอทียังตั้งอยู่ในสถานที่อื่น  นอกดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม   และเรื่องสำคัญยิ่งก็คือ แพลตฟอร์มการจัดการไอทีต้องพัฒนาเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่  เหล่านี้ให้ได้ และต้องมีความปลอดภั แข็งแกร่ง และใช้ประโยชน์ร่วมกับแอปพลิเคชันรุ่นใหม่  ให้ได้มากยิ่งขึ้น” คุณ Angie McMillin รองประธานและผู้จัดการทั่วไปด้านระบบ IT แห่ง Vertiv กล่าว “การที่ Vertiv ให้ความสำคัญเรื่องนวัตกรรมและปัญหาของลูกค้าได้นำไปสู่การพัฒนาระบบ Avocent® ADX Ecosysystem โดยลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมแบบเปิดอันทันสมัย (Open Architectureเพื่อให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ไอทีและโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และซับซ้อน รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ เซ็นเซอร์ระยะไกล และระบบจ่ายไฟสำรองได้ 

ระบบ Avocent ADX Ecosystem ประกอบด้วยหลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนสามารถปรับใช้ได้อย่างอิสระหรือควบคู่กันไป เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แพลตฟอร์มดังกล่าวยังช่วยจัดการและควบคุมโครงสร้างพื้นฐานไอทีทั้งแบบเสมือนจริงและแบบกายภาพให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งจัดการทั้ง KVM และชุดเซสชันให้ใช้พร้อมกันได้สูงสุดถึง 100 คนหรือมากกว่านั้น  นอกจากนี้ตัวจัดการชั้นวางยังมีความยืดหยุ่นในการรวม IP สำหรับอุปกรณ์ประเภทต่าง  และยังสามารถในการปรับขนาดได้ตามต้องการ ซึ่งมาพร้อมกับอุปกรณ์ 4K KVM แบบระยะไกลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและทำงานได้เร็วขึ้น เพราะมีแบนด์วิดธ์สูงกว่าเมื่อเทียบกับอุปกรณ์มาตรฐานในตลาดและอุปกรณ์ 4K KVM รุ่นปกติ  

ระบบจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งจะเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับวงการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบจะมีศักยภาพในการใช้ระบบเอดจ์ ซึ่งตอนนี้เรื่องขนาดและการเติบโตได้กลายเป็นความท้าทายที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่  



Avocent® ADX MP1000 Management Platform  ลดความยุ่งยากในด้านการจัดการ การควบคุม การรักษาความปลอดภัย และระบบอัตโนมัติของโครงสร้างพื้นฐานไอทีเสมือนจริงและทางกายภาพทั่วทั้งองค์กรและเอดจ์ อีกทั้งยังช่วยบริหารจัดการเซอร์วิสโปรเซสเซอร์ อฟต์แวร์ Virtual Machine โมดูล IP KVM และอุปกรณ์การเข้าถึงจากระยะไกลต่าง   


Avocent® ADX RM1048P Rack Manager: สามารถเชื่อมต่อและจัดการอุปกรณ์ไอทีได้หลายประเภทบนแร็ค และปรับใช้ได้กับทั้งแบบมีหรือไม่มี Avocent ADX MP1000  โดยเครื่องนี้ยังรวม IP Address ต่าง  เข้ามาไว้ที่เดียวกันเพื่อลดปัญหาการขาดแคลน IP เนื่องจากมีการเพิ่มอุปกรณ์ลงในแร็คมากขึ้น อีกทั้งยังใช้พลังงานผ่านอีเทอร์เน็ต (PoE) พื่อลดจำนวนสายเคเบิลในชั้นวางอีกด้วย  


Avocent® ADX IPUHD 4K IP KVM Switch: การเพิ่มอุปกรณ์ชิ้นใหม่นี้เข้าไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Vertiv™ KVM นี้จะทำให้รองรับผู้ใช้ได้มากกว่า 100 รายและได้เป้าหมายที่ไม่ซ้ำกันถึง 48 แห่งในเซสชันเดียว รวมถึงสามารถเล่นวิดีโอความละเอียด 4K และมีประสิทธิภาพความเร็วสูง (20GB นการอัปลิงค์จึงทำให้ใช้งานอุปกรณ์จากระยะไกลได้แบบเรียลไทม์และบริหารจัดการข้อมูลได้ โดยสวิตช์แต่ละตัวนั้นมีขั้วต่อ USB-C ที่มีความยาวสายเคเบิลสั้นลง พราะได้รวม PoE และ IP ไว้ด้วยกัน จึงใช้สายเคเบิลสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด  

ระบบ Avocent® ADX Ecosystem จะพร้อมวางจำหน่ายในปลายไตรมาสที่ ปี 2564 ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับระบบ Avocent® ADX Ecosystem และโซลูชันบริหารจัดการด้าน IT ของ Vertiv ได้ที่ Vertiv.com  

Post a Comment

Previous Post Next Post