Samsung Galaxy Watch 4 และ Galaxy Watch 4 Classic อีกขึ้นของประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทวอทช์


ในวันนี้ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Watch 4 และ Galaxy Watch 4 Classic ยุคใหม่สำหรับสมาร์ทวอทช์ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการณ์ Wear OS Powered by Samsung ที่ถูกสร้างขึ้นร่วมกับ Google พร้อมติดตั้ง One UI Watch อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายที่สุดของ Samsung 

ในซีรีส์ Galaxy Watch 4 เสริมประสิทธิภาพด้วย Samsung Exynos W920 และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและเชื่อมต่อได้มากกว่าที่เคย  

คุณสมบัติด้านสุขภาพและสุขภาพที่ล้ำสมัยที่สุดของ Samsung

Galaxy Watch 4 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ BioActive ที่ล้ำหน้าของ Samsung ซึ่งมีการออกแบบที่เล็กและกะทัดรัด โดยไม่ลดความแม่นยำในการวัดตามต่างๆ  ด้วยเซ็นเซอร์ 3 ใน 1 นี้ เพื่อเรียกใช้เซ็นเซอร์ด้านสุขภาพได้อย่างแม่นยำ ที่ประกอบไปด้วย Optical Heart Rate, Electrical Heart และ Bioelectrical Impedance Analysis เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจวัดความดันเลือดได้ และตรวจจับการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ(AFib - atrial fibrillation) และยังสามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือด, คำนวณองค์ประกอบของร่างกายเป็นครั้งแรกได้อีกด้วย 

โดยเครื่องมือวัดองค์ประกอบร่างกาย ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจถึงสุขภาพทั่วไปและความสมบูรณ์ของร่างกายได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยการวัดที่สำคัญของร่างกายเช่น skeletal muscle, basal metabolic rate, body water และ body fat percentage 

One UI Watch และ Wear OS Powered by Samsung เติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่แท้จริง

ความเรียบง่าย, ความง่าย และประสิทธิภาพเป็นจุดเด่นของแพลตฟอร์มสมาร์ทวอทช์ในตระกูล Galaxy และด้วย One UI Watch ใหม่ล่าสุดของ Samsung และ Wear OS Powered by Samsung ได้ทำให้ประสบการณ์สมาร์ทวอทช์ Galaxy ราบรื่นยิ่งขึ้น 

ด้วย One UI Watch จะทำให้แอปรองรับ จะทำการติดตั้งบนนาฬิกาโดยอัตโนมัติเมื่อมีการดาวน์โหลดแอพนั้นบนโทรศัพท์ และการตั้งค่าที่สำคัญต่างไปจากโทรศัพท์จะซิงค์เข้าให้ทันที 

พร้อมฟีเจอร์ Auto Switch ช่วยให้หูฟังสามารถสลับเสียงระหว่างโทรศัพท์กับนาฬิกาได้ตามการใช้งาน และยังสามารถควบคุมการสั่งงานได้อย่างง่ายดายด้วยเสียงผ่าน Bixby หรือจะเป็นการควบคุมด้วยท่าทาง ยกแขนขึ้นและลงสองครั้งเพื่อรับสายและหมุนข้อมือสองครั้งเพื่อปฏิเสธสาย หรือเพื่อปิดการแจ้งเตือนและการเตือนก็ทำได้

ประสิทธิภาพอันทรงพลังมาสู่ข้อมือคุณโดยตรง

ประสบการณ์อันน่าทึ่งนี้เกิดขึ้นโดยการอัพเกรดฮาร์ดแวร์อย่างจริงจัง รวมถึงโปรเซสเซอร์ที่ได้รับการปรับปรุง, จอแสดงผลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และหน่วยความจำที่มากขึ้น ด้วยโปรเซสเซอร์ 5nm ตัวแรกใน Galaxy Watch โดยมี CPU ที่เร็วขึ้น 20%, RAM เพิ่มขึ้น 50% และ GPU เร็วกว่ารุ่นก่อน 10 เท่า ทำให้การทำงานหลายอย่างพร้อมกันใน Galaxy Watch 4 ซีรีส์นั้นราบรื่นและง่ายดาย บนหน้าจอความละเอียด 450 x 450px เพื่อให้ภาพคมชัดและโดดเด่นยิ่งขึ้น และเนื้อที่ภายใน 16GB ที่เก็บข้อมูลเพียงพอสำหรับดาวน์โหลดและจัดเก็บแอพ, เพลง และรูปภาพ

ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี eSIM ของ Samsung ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับอิสระมากกว่า โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์อีกต่อไป พร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้นานถึง 40 ชั่วโมง ซึ่งมากเกินพอสำหรับการเดินทางแคมป์ปิ้งข้ามคืน และการชาร์จ 30 นาทีสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 ชั่วโมง

SAMSUNG

Post a Comment

Previous Post Next Post