4 เหตุผลที่ควรเป็นเจ้าของ Xiaomi Mix 4 อีกระดับของนวัตกรรมเพื่อทุกคน


ในปี 2016 ทั้งโลกได้เห็นความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ของเสียวหมี่ในการท้าทายสิ่งเดิมๆที่มีอยู่บนสมาร์ทโฟนด้วยการเปิดตัว Xiaomi Mi Mix คอนเซ็ปต์โฟนสู่ความจริง ที่ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับสมาร์ทโฟนหน้าจอไร้ขอบทั้ง 3 ด้าน และอัตราส่วนหน้าจอที่แตกต่างไปจากเดิมเพื่อการถือใช้งานที่สะดวกบนหน้าจอขนาดใหญ่ และในปี 2021 นี้ ความทะเยอทะยานด้านนวัตกรรมของเสียวหมี่ยังคงสานต่ออีกครั้งใน Xiaomi Mix 4 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงเครื่องแรกของเสียวหมี่ที่มาพร้อมกล้องหน้าใต้จอ ในราคาเริ่มต้นเพียง 25,800 บาท แรม 8GB เนื้อที่ภายใน 128GB แบบ UFS3.1 

วันนี้ผมจะขอพาทุกคนมาดู 4 เหตุผลที่ควรเป็นเจ้าของ Xiaomi Mix 4 อีกระดับของนวัตกรรมเพื่อทุกคนกันครับ

1. นวัตกรรมเทคโนโลยี micro-diamond pixels

ความฝันของใครต่อหลายคนเป็นจริงอีกครั้งกับกล้องหน้าใต้จอที้ลุ้นกันมานานว่าจะได้กันเมื่อไหร่ 

ในวันนี้เสียวหมี่ได้สร้างความแตกต่างอีกครั้งด้วยกล้องใต้หน้าจอด้วยการใช้เทคโนโลยี micro-diamond pixels ช่วยลดขนาดพิกเซลและเพิ่มความสว่างของพิกเซลไปในตัว และได้มีการออกแบบ circuit array ใหม่ที่เพิ่มความโปร่งใสของโซนกล้องบนจอ และ subpixel circuits แบบโปร่งใสที่มีรูปแบบคลื่นไม่ซ้ำกันเพื่อลดการเลี้ยวเบนของแสง

 
แม้ว่าจะเป็นกล้องใต้หน้าจอก็ตามแต่ความละเอียดและความคมชัดก็ไม่ได้ด้อยลงด้วยการเลือกใช้งานกล้องความละเอียด 20MP พร้อมขนาดพิกเซลที่ใหญ่ 0.8μm และสามารถใช้เทคนิค 4 binning ในการรวมพิกเซลเป็น  พิกเซลทำให้การเก็บแสงทำได้ดีมากยิ่งขึ้น 1.6μm ได้ที่ความละเอียด 5 MP เพื่อการเก็บแสงที่ดีขึ้น

ทั้งหมดนี้อยู่ใต้หน้าจอ AMOLED 3D curved ขนาด 6.67" ความละเอียด Full HD อัตราส่วน 20:9 แสดงผลระดับ 10-bit True Color รองรับ HDR10+ และ Dolby Vision สามารถดันความสว่างหน้าจอได้สูงสุดถึง 800 nits ครอบทับด้วยกระจกกันกระแทก Corning Gorilla Glass Victus

2. Snapdragon 888+ ขุมพลังระดับเรือธงปลายปี 2021 ที่ดีที่สุด

ปัจจุบันข้อเสียที่เราจะพบเจอได้จากอุปกรณ์ระดับเรือธงก็คือเรื่องของความร้อน ที่ยิ่งแรกมากเท่าไหร่ ยิ่งร้อนมากเท่านั้นไม่ว่าจะเป็น SoC จากฝั่ง Apple, Qualcomm หรือ Samsung ก็ตาม 

ไม่เว้นแม้กระทั่ง Qualcomm Snapdragon 888+ ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลอันทรงพลัง Kryo 3.0GHz และการประมวลผลด้าน AI ที่มีประสิทธิภาพมากชึ้นกว่าเดิม 20% ที่หากการออกแบบด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไม่ดีจะทำให้เกิดความร้อนได้ง่าย

ด้วยเหตุนี้พื้นที่ภายในทั้งหมดของ Xiaomi Mix 4 กว่า 11,588 มม. ได้มีการออกแบบการกระจายความร้อนที่ดีเยี่ยม ด้วยแผ่นกระจายความร้อนกราฟีนขนาด 1,232 มม. แบบใหม่ที่มีน้ำหนักน้อยลงกว่าเดิมถึง 50% รวมไปถึงการออกแบบแผ่นกระจายความร้อนหลายชั้นภายในเพื่อให้อุณหภูมิการใช้งานนั้นคงที่มากที่สุด

จึงทำให้การใช้งาน Xiaomi Mix 4 ด้วย Balance Mode สามารถควบคุมอุณหภูมิในการใช้งานและหารจัดการพลังงานอย่างน่าทึ่งเช่น
- ความร้อนที่เกิดขึ้นตอนเล่นโซเชียลมีเดียเพียง 33.3 องศา เซลเซียส
- ความร้อนที่เกิดขึ้นตอนดูวิดีโอเพียง 33.3 องศา เซลเซียส
- ความร้อนที่เกิดขึ้นตอนใช้แผนที่นำทางเพียง 33.5 องศา เซลเซียส
- ความร้อนที่เกิดขึ้นตอนท่องอินเตอร์เน็ตเพียง 32.6 องศา เซลเซียส

3. ชาร์จไวเหนือใคร

Xiaomi Mix 4 รองรับการชาร์จไว 120W ที่ใช้ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มในระยะเวลาเพียง 27 นาที เท่านั้นกับแบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh

รวมไปถึงในระหว่างการให้พลังงานหรือการชาร์จ Mix 4 ก็จามที่จะเกิดความร้อนเพียงแค่ 37 องศา เซลเซียสเท่านั้น กับอะแดปเตอร์ที่ให้กำลังไฟ 120W และ Xiaomi Mix 4 รองรับการชาร์จแบบไร้สาย 50W ที่ใช้ระยะเวลาในการชาร์จจนแบตเตอรี่เต็มเพียง 45 นาที

4. กล้องครบทุกระยะ

Xiaomi Mix 4 มาพร้อมกับกล้องหลังเลนส์หลักความละเอียด 108MP เซ็นเซอร์จาก Samsung ISOCELL HMX ที่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1/1.33" พิกเซลขนาด 0.8μm รูรับแสง f/1.95 ชิ้นเลนส์ 7 ชิ้น พร้อมกันสั่น OIS ที่สามารถใช้เทคนิค 4 binning ในการรวมพิกเซลเป็น 1.6μm ได้ที่ความละเอียด 27MP

และเลนส์ฟรีฟอร์มอัลตร้าไวด์ความละเอียด 13MP พิกเซลขนาด 1.12μm รูรับแสง f/2.2 ชิ้นเลนส์เรียงกัน 6 ชิ้น พร้อมความกว้าง 120 องศา ช่วยลดความผิดเพี้ยนของภาพเลนส์กว้างทำให้เลนส์อัลตร้าไวด์ของ Xiaomi Mix 4 นั้นมีความเบี้ยวที่ขอบเพียง 1% เท่านั้น

ส่วนกล้องตัวสุดท้ายคือกล้อง periscope ความละเอียด 8MP ระยะ 120มม. พร้อมกันสั่น OIS ที่ถูกนำมาใช้ในการถ่ายซูมออปติคอลที่ระยะ 5เท่า และสามารถซูมได้ไกลสูงสุดถึง 50เท่าเลยทีเดียว 

ด้วย 4 เหตุผลนี้เอง ที่ทำให้ Xiaomi Mix 4 เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าจับจองเป็นเจ้าของอย่างยิ่ง สำหรับราคาในการจำหน่ายที่ประเทศจีนเริ่มต้นที่ 25,800 บาท แรม 8GB เนื้อที่ภายใน 128GB UFS3.1 และ 32,500 บาท สำหรับแรม 12GB เนื้อที่ภายใน 512GB เรียกได้ว่าเป็นเรือธงที่คุ้มค่าหนึ่งตัวในตอนนี้เลยทีเดียว

สำหรับประเทศไทยจะมีการนำเข้าหารือจัดจำหน่ายอย่างไร รอลุ้นไปพร้อมกันครับ

Post a Comment

Previous Post Next Post