Robowealth ผุดเทคโนโลยี odini และ FinVest ช่วยลูกค้าใหม่เปิดบัญชีลงทุนง่ายสะดวกทุกที่ทุกเวลา

 

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โรโบเวลธ์กรุ๊ป จำกัด ผู้นำในการให้บริการด้านการลงทุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลหรือ Wealth Tech เผยว่า นับตั้งแต่ภาวะโควิด-19 ระบาดนั้น ผู้คนต่างสนับสนุนแนวคิด Social Distancing กันอย่างแพร่หลาย เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส   โควิด-19 นี้ โรโบเวลธ์จึงได้จัดทีมพัฒนาเร่งด่วน ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ใช้บริการที่ดีสูงสุดในทุกช่วงเวลา ปั้นเทคโนโลยีเสิร์ฟลูกค้าใหม่ให้การลงทะเบียนเปิดบัญชีง่ายขึ้นผ่านปลายนิ้ว ชูจุดเด่นเสริมสะดวกสบายให้ลูกค้ายุคนิวนอร์มอลทำได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา ตอกย้ำจุดยืนที่โรโบเวลธ์มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้อย่างทั่วถึง

 

สำหรับลูกค้าใหม่ที่จะลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ภายใต้ โรโบเวล ทั้ง “odini” และ “FinVest” นั้น เราอยู่ในขั้นตอนพัฒนาเพื่อเสริมเทคโนโลยีการให้บริการ เปิดบัญชีลงทุนใหม่” เพื่อให้สอดรับกับยุคนี้ง่ายๆ

 

เริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีที่ คือระบบ OCR  หรือ Optical Character Recognition โดยที่ลูกค้าไม่ต้องกรอกข้อมูลเอง เพียงแค่ใช้ภาพถ่ายหน้าบัตรประชาชน การทำงานของเทคโนโลยี OCR จะดูดข้อความที่อยู่ในภาพถ่ายบัตรประชาชนมากรอกข้อมูลให้กับลูกค้าเองอัตโนมัติ

 

ส่วนอีก เทคโนโลยีนั้น เป็นระบบการการยืนยันตัวตนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาทดแทนการยืนยันตัวตนโดยการเสียบบัตรประชาชนหรือการ Dip Chip ผ่านอุปกรณ์ที่จุดให้บริการ ซึ่งในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 นี้ หลายคนอาจมีความกังวลที่จะต้องออกจากบ้าน โรโบเวลธ์จึงพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนได้ทุกที่ทุกเวลามา แบบด้วยกัน คือ 


(1) NFC (Near Field Communication) 

(2) NDID (National Digital ID) 



โดยลูกค้าสามารถเลือกที่จะใช้ระบบไหนก็ได้ที่ตนเองสะดวกที่สุดในการยืนยันตัวตน ไม่ว่าจะเป็น NFC การยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ต ก็ทำได้ง่ายเพียงทาบกล้องมือถือลงกับพาสปอร์ตเพื่ออ่านข้อมูล ข้อมูลจะถูกดึงมากรอกลงทะเบียนให้อัตโนมัติ ส่วน NDID การยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล โดยระบบจะทำการดึงข้อมูลที่ลูกค้าอนุญาตและให้สิทธิ์เปิดเผยได้กับทางธนาคารมาเป็นการยืนยันตัวตน เพียงเท่านี้ก็สามารถเริ่มลงทุนได้เลย โดยทั้ง 3 ระบบจะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 64 นี้ นายชลเดชปิดท้าย




No comments: