Delta ประเทศไทยติดโผองค์กรที่มีผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ESG100 โดยสถาบันไทยพัฒน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ติดทำเนียบ 100 องค์กรผลการดำเนินงานด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG100) ยอดเยี่ยมต่อเนื่องเป็นปีที่ 7  จากการประเมินของสถาบันไทยพัฒน์ประจำปี 2564
 
เดลต้าฯ เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทจดทะเบียนชั้นนำทีได้รับเลือกให้อยู่ในทำเนียบ ESG100 ประจำปี 2564  โดยในปีนี้สถาบันไทยพัฒน์ได้ทำการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) รวม 824 องค์กร
 
หน่วยงาน ESG Rating Unit ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยของสถาบันไทยพัฒน์ ริเริ่มจัดทำทำเนียบ ESG100 ในปี พ.ศ. 2558 ตามแนวทางการประเมินความยั่งยืน ของ Global Initiative for Sustainability Ratings (GISR)  โดยจัดกลุ่มบริษัทจดทะเบียนตามกลุ่มอุตสาหกรรม 8 กลุ่ม โดยเดลต้าฯ เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่ได้รับเลือกให้อยู่ในทำเนียบดังกล่าว
 
ผลการดำเนินงานขององค์กรชั้นนำทั้ง 100 องค์กรนี้จะได้รับการรวมรวมเพื่อจัดทำชุดดัชนี Thaipat ESG Index ซึ่งประกอบด้วย ดัชนีผลตอบแทนราคา (Price Return: PR) ดัชนีผลตอบแทนรวม (Total Return: TR) และดัชนีผลตอบแทนรวมสุทธิ (Net Total Return: NTR) เพื่อให้นักลงทุนทั่วโลกใช้ในการตัดสินใจลงทุน โดย S&P Dow Jones เป็นผู้คำนวณและเผยแพร่ข้อมูลดัชนี ในรูปแบบชุดดัชนี S&P Dow Jones' Custom Indices
สถาบันไทยพัฒน์  จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2542  โดยเป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ภาคเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  สถาบันไทยพัฒน์มุ่งพัฒนาสังคมไทยให้เข้มแข็งโดยให้การสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำซึ่งเกิดจากภาคธุรกิจ  และสนับสนุนให้เกิด “การให้โดยใช้นวัตกรรม” เพื่อให้ทุกภาคส่วนดำเนินโครงการและกิจกรรมร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
จากการที่เดลต้าฯ ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสมาชิกทำเนียบองค์กรที่มีความโดดเด่นในการดำเนินงานด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล นับตั้งแต่มีการจัดทำทำเนียบดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงกลยุทธ์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการส่งมอบคุณค่าส่วนร่วมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกราย

No comments: