ทำความรู้จัก Hisilicon Kirin 9000 และ Kirin 9000E ที่สุดของศูนย์รวมความเป็นเรือธงในทุกด้าน


Huawei เปิดตัว SoC ระดับเรือธงใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 5 นาโนเมตร ในรุ่น Kirin 9000 และ Kirin 9000E ทำให้การจัดการพลังงานและการจัดการความร้อนนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่า Kirin 990 ที่ถูกผลิตบนเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร หลายเท่าตัว และทั้ง 2 ชิพต่างรองรับการใช้งานเทคโนโลยี 5G ด้วย Balong 5000 อัพโหลดรวดเร็วกว่า 5เท่า และดาวน์โหลดไวกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับ Qualcomm Snapdragon X55 ที่ถูกใช้ในเรือธง Snapdragon 865 และ 865+ 

Kirin 9000 และ Kirin 9000E เลือกใช้งาน CPU ทั้งหมด 8 แกนมาพร้อมกับ Arm-Cortex A77 จำนวน 1 แกน ความเร็ว 3.13 GHz และ 3 แกน ความเร็ว 2.54 GHz สำหรับการใช้งานด้านประสิทธิภาพ และส่วนการประหยัดพลังงานเลือกใช้งานเป็น Arm-Cortex A55 ความเร็ว 2.05 GHz 4 แกน ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Snapdragon 865+ ถึง 10% 

กราฟิกชิพที่รอบนี้ Kirin 9000 มาพร้อมกับ Arm Mali-G78 24 แกน ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า Arm Mali-G76 ถึง 60% และเมื่อเทียบกับ Qualcomm Snapdragon 865+ นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าถึง 52% ซึ่งเพียงพอต่อการเทียบกับ Snapdragon 87x ในอนาคตได้อย่างสบายๆ. และในรุ่น Kirin 9000E มาพร้อมกับ Arm Mali-G78 22 แกน ถูกใจสายเกมเมอร์และเหล่าบล็อคเกอร์ ยูทูปเบอร์ ที่ใช้มือถือในการตัดต่อวิดีโออย่างแน่นอน 

AI เป็นจุดเด่นหลักสำคัญของ Huawei มาโดยตลอด และใน Kirin 9000 มีประสิทธิภาพมาขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 50% เมื่อเทียบ NPU กับ Snapdragon 865+ นั้นมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าถึง 150% เลยทีเดียว 


การใช้งานนั้นจะออกมาเป็นอย่างไรต้องมาลุ้นกันใน Huawei Mate 40 ซีรี่ย์กันอีกที **อัพเดทเพิ่มเติมวันที่ 08 มิถุนายน 2021 สามารถรับชมรีวิว Huawei Mate 40 Pro จากเราได้แล้ววันนี้


*อัพเดทวันที่ 08 มิถุนายน 2021* และพบกับ Huawei MatePad Pro 12.6 ใหม่ที่มาพร้อมกับขุมพลัง Kirin 9000E พลังจากภายใน มากกว่า 15000 ล้านทรานซิสเตอร์ ที่อัดแน่นอยู่ในเทคโนโลยีการผลิต 5nm ใน Kirin 9000E อันทรงพลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง พร้อม Core หลักที่ทำงานร่วมกับ Core เสริมอย่างมีประสิทธิภาพ และ NPU เพิ่มความแม่นยำการทำงานของ AI ควบคู่กับ 22-Core Mali-G78 GPU ประมวลผลการแสดงภาพอย่างเฉียบคม ไม่สะดุดทุกการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6+ กับเราเตอร์ที่รองรับ เข้าถึงสัญญาณได้ไกล กว้าง และเสถียรยิ่งขึ้น ตอบสนองทุกความต้องการอย่างครอบคลุม พร้อมทำงานบน HarmonyOS 2.0 ใหม่จาก Huawei




No comments: