GSMA ระบุคลื่น 3500 MHz จะปลดล็อก 5G ให้ประเทศไทยก้าวสู่ความล้ำหน้าในโลกดิจิทัล

 

จับตาดูประเทศไทยในช่วงเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังอยู่ในบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันคลื่น 3500 MHz มาใช้งาน 5G เพราะโดยพื้นฐานของประเทศมีความพร้อมที่จะก้าวสู่ความล้ำหน้าเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และเป็นเขตอุตสาหกรรมการผลิตชั้นนำในอนาคต แน่นอนว่าย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานดิจิทัลเป็นสำคัญ ดังนั้น หากนำเทคโนโลยี 5G ชั้นนำมาพัฒนาร่วมกับคลื่นความถี่หลักที่ใช้กันทั่วโลก จะเป็นเสมือนกุญแจที่ปลดล็อกสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ที่ผ่านมาการนำคลื่น 2600 MHz มาเริ่มใช้งานของประเทศไทยนับว่าเป็นก้าวแรกที่ดี แต่ต้องพิจารณาถึงความสำคัญของคลื่น 3500 MHz ซึ่งเป็นคลื่นหลักที่จะสามารถใช้งานเทคโนโลยี 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

 


5G ได้ถูกนำมาพัฒนาสู่การใช้งานอย่างรวดเร็ว และจากการเปิดตัวให้บริการเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของโลกนั้น ทำให้เห็นถึงขีดความสามารถซึ่งเป็นปรากฏการณ์โฉมใหม่ของเทคโนโลยีที่พลิกรูปแบบการใช้งาน ในขณะที่เราเผชิญความท้าทายในการต่อสู้เพื่อแก้ไขวิกฤติการระบาดโรคโควิด-19 นั้น สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมาคือการเชื่อมต่อทางดิจิทัล สำหรับประเทศไทยศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี 5G จะรวมถึงการแพทย์ทางไกล และการศึกษาทางไกล ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม ระบบการขนส่งยุคหน้า และอื่นๆ อีกมากที่จะตามมาจากการเดินหน้าสู่นโยบายประเทศไทย 4.0

 

อย่างไรก็ตาม ในการปลดล็อกเพื่อใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ รัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างถูกต้อง ดังนั้น ภาพรวมของ 5G ทั้งคุณภาพการใช้งานและความเร็วจึงขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลที่จะนำคลื่นความถี่หลักของ 5G มาจัดสรรในเวลาและภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอย่างเหมาะสม โดยปริมาณคลื่นความถี่ที่นำมาจัดสรรและกำหนดราคา จะมีผลโดยตรงต่อการส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงสามารถเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้



ในขณะที่การนำเทคโนโลยี 5G มาใช้งานนั้น ต้องการทั้งคลื่นความถี่ต่ำ (Sub-1 GHz) คลื่นความถี่กลาง (คลื่นย่าน 2600 MHz และ 3500 MHz) และคลื่นความถี่สูง (mmWaves) นั้น คลื่นความถี่สำคัญที่ถูกกำหนดให้เป็นคลื่นแรกสำหรับการให้บริการพื้นฐาน 5G ทั่วโลก คือ คลื่น 3500 MHz กล่าวคือ คลื่นในช่วงความถี่ 3300-4200 MHz  และต้องมีปริมาณความกว้างต่อเนื่องจำนวน 80-100 MHz สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมแต่ละรายซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อนำมาใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ และเหมาะสมในการลงทุนในระยะแรกของการให้บริการ

 

คลื่นความถี่กลางเป็นคลื่นแรกที่ถูกเลือกมาใช้งาน 5G พร้อมทั้งเป็นกุญแจสำคัญสู่การปลดล็อกในระยะยาวของผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพราะเป็นคลื่นที่มีจุดเด่นทั้งความครอบคลุมพื้นที่ใช้งานและความจุของโครงข่าย จึงเหมาะสมที่จะนำมาเปิดให้บริการ 5G ได้เร็วที่สุด การเลือกที่จะนำคลื่น 3500 MHz มาใช้งานในช่วงเริ่มต้นจึงมีข้อดีทั้งการลงทุนในเรื่องอุปกรณ์โครงข่ายและจำนวนสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน ทั้งนี้ การใช้งานคลื่นย่านความถี่เดียวกับทั่วโลก จะนำมาซึ่งความสำเร็จในการพัฒนา 5G ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดของต่อคนไทยมากที่สุด

 

สำหรับความต้องการคลื่นของผู้ให้บริการที่มากกว่าปริมาณ 80-100 MHz จะเพิ่มตามความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในการให้บริการ 5G และเป็นผู้ให้บริการ 5G ที่มีความเร็วที่สุดในโลกกำลังเตรียมพร้อมในประเด็นนี้ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีของเกาหลีใต้ได้ตัดสินใจที่จะนำคลื่นย่าน 3700-4000 MHz มาใช้งาน 5G เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันคลื่นดังกล่าวได้ถูกใช้งานสำหรับการสื่อสารดาวเทียม โดยกระทรวงฯ กำลังพิจารณาในการนำคลื่นย่านดังกล่าวมาใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการให้บริการสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่

 

ในภูมิภาคต่างๆ ได้เห็นความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการนำคลื่น 3500 MHz มาใช้งาน 5G อาทิ ไต้หวัน นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ได้จัดสรรคลื่นย่าน 3500 MHz สำหรับสิงคโปร์ได้นำคลื่นย่าน 3500 MHz ในช่วงต้นของย่านความถี่มาจัดสรร มาเลเซียได้กำหนดคลื่น 3500 MHz เป็นคลื่นหลักในการให้บริการ 5G และกำลังวางแผนด้านเทคนิคเพื่อที่จะจัดสรรย่านต้นแบนด์ของคลื่น 3500 MHz มาใช้งาน ส่วนเวียดนามกำลังปรึกษาในภาคอุตสาหกรรมในการใช้งานคลื่น 3500 MHz จำนวนความกว้าง 400 MHz เพื่อกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล สำหรับประเทศไทยนั้น นับเป็นก้าวแรกที่ดีในการนำคลื่น 2600 MHz มาจัดสรร แต่ยังไม่เพียงพอในเชิงการแข่งขันของ 5G ในภูมิภาคอาเซียน ถ้านำคลื่น 3500 MHz มาวางแผนใช้งาน 5G จะช่วยให้ก้าวทันกับนวัตกรรมและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้

 

ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงผู้ให้บริการเกี่ยวข้องกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด มีการทำงานอย่างยาวนานกับรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดมา สำหรับ 5G นั้นได้รวมถึงประเด็นการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่นบริการโทรทัศน์และดาวเทียม การหาวิธีการที่ดีที่สุดในการชนะอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อ 5G จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการนำเสนอบริการ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อคนในประเทศ

 


สำนักงาน กสทช. และรัฐบาลไทยควรทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการเร่งสู่ความพร้อมจัดสรรคลื่น 3500 MHz ที่มีความกว้าง 80-100 MHz ต่อผู้ให้บริการแต่ละราย เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ประเทศไทยจะก้าวไปพร้อมกับทั่วโลกใช้งานระบบนิเวศ 5G พร้อมทั้งประเทศจะสามารถปลดล็อกสู่ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 5G อย่างเต็มที่ในการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กร และ Business to Business หรือ B2B อาทิ ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม (industrial automation) อากาศยานไร้คนขับ (autonomous drones) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) ตลอดจนการใช้งานเครือข่าย 5G แบบแยกส่วน (5G network slicing) ซึ่งคลื่น 3500 MHz จะเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อสู่บริการเฉพาะได้อย่างเต็มที่



ทั้งหมดนี้ จะนำประสบการณ์ 5G เต็มประสิทธิภาพระดับโลกมาสู่ประชาชนไทย และองค์กรต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งผลักดันในการเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศไทย 4.0 เพื่อพลิกโฉมการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในอนาคต

GSMA ระบุคลื่น 3500 MHz จะปลดล็อก 5G ให้ประเทศไทยก้าวสู่ความล้ำหน้าในโลกดิจิทัล GSMA ระบุคลื่น 3500 MHz จะปลดล็อก 5G ให้ประเทศไทยก้าวสู่ความล้ำหน้าในโลกดิจิทัล Reviewed by Ai iT on August 10, 2020 Rating: 5

No comments:

Powered by Blogger.