รีวิว Xiaomi Redmi Note 9s สมาร์ทโฟนสุดคุ้ม กล้องหลัง 48MP ครบจบ แรงด้วย Snapdragon 720G แรม 6GB อึดกว่าด้วยแบตเตอรี่ 5,020 mAh


สวัสดีครับ, ห่างหายจากการรีวิวแบบบทความไปนาน ซึ่งถ้าใครไม่สะดวกอ่าน. สามารถติดตามในรูปแบบวิดีโอได้เช่นกันครับ


วันนี้จะขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากค่าย Redmi หรือค่ายย่อยจากทาง Xiaomi ที่มาพร้อมกับสเปคที่คุ้มค่าและวัสดุที่พรีเมี่ยม ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายมาโดยตลอด และในตอนนี้ก็ได้เดินทางมาถึงกับ Redmi Note 9s ที่สุดของความคุ้มค่าคุ้มราคาในตอนนี้ โดยตัวที่ผมนำมารีวิวนั้นมีแรมอยู่ที่ 6GB เนื้อที่ 128GB แบบ UFS 2.1 สำหรับรายละเอียดของสเปกใน Redmi Note 9s สามารถอ่านได้ที่ Xiaomi โดยตรงได้เลย.


- Design -

ขอมาพูดเรื่องของดีไซน์ในตัว Redmi Note 9s ก่อนเป็นเรื่องแรกเลย. เจ้า Redmi Note 9s ยังคงมาพร้อมกับขอบเครื่องพลาสติกตามสไตล์ Redmi Note Series และกระจกหน้าและหลังเป็นกระจก Gorilla Glass 5 ที่มีความทนทานในระดับนึง แต่ในเมื่อมันเป็นกระจกก็อยากจะแนะนำให้หาฟิล์มกันรอยหรือเคสมาใส่เพราะไม่งั้นลอยที่ตัวเครื่องมาเร็วแน่นอนตามสไตล์ฝาหลังกระจกใส. 


ตัวเครื่องทางด้านขวาจะประกอบไปด้วยปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และรองลงมาเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือกับปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ซึ่งปุ่มสแกนลายนิ้วมือตรงนี้เราสามารถแตะและใช้งานปลดล็อคได้ทันที ซึ่งอาจจะลั่นปลดล็อคบ่อยหน่อยสำหรับใครที่ชอบถือมือถือไปมาตลอดเวลา ส่วนการใช้งานมือขวาในตอนแสกนถือว่าพอดีนิ้วเลย แต่เมื่อไหร่ที่ต้องใช้งานมือซ้ายแนะนำว่าควรเล็งนิ้วชี้ดีดีในตอนแสกนเพราะอาจจะลำบากหน่อยๆ. 


ตัวเครื่องทางด้านซ้ายจะมีเพียงแค่ช่องสำหรับใส่ซิมเท่านั้น และถาดซิมของ Redmi Note 9s นั้นมาพร้อมกับช่องใส่ซิมได้ 2ซิม และ microSD ได้พร้อมกัน ซึ่ง microSD ในตัว Redmi Note 9s สามารถรองรับได้สูงสุดถึง 512GB แต่เอาเข้าจริงสำหรับผมแล้ว 128GB ที่มีให้ก็ถือว่าเพียงพอสบายๆเลย เพราะรูป วิดีโอต่างๆเราสามารถเก็บไว้ผ่าน Google Photo ได้ หลังๆเนื้อที่ในเครื่องส่วนใหญ่จะไปหนักที่แอพโซเชียลกับเกมแค่นั้นมากกว่า.


ตัวเครื่องด้านล่างประกอบไปด้วย ลำโพงหนึ่งตัว, ไมโครโฟน 1 ตัว, พอร์ตชาร์จ USB-C ที่สามารถรองรับการชาร์จไฟได้สูงสุดที่ 18W เท่านั้น และ Audio Jack 3.5มม ที่น่าจะถูกใจสายฟังเพลงพอสมควร


ด้านบนของตัวเครื่องนั้นมีไมโครโฟนอีกตัว และอีกฝั่งจะเป็น Infrared Blaster สำหรับใช้งานเป็นรีโมทในการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้ง่ายดาย เหมือนมีสมาร์ทโฮมที่ใช้มือถือคุมได้. (โดยส่วนตัวผมเองก็ใช้แค่เปิด-ปิดแอร์อ่ะ นอกนั้นก็ไม่เคยได้ใช้เลย) ที่หลายๆคนต่างชื่นชอบฟีเจอร์นี้กัน. 


กล้องผมว่าดีไซน์ที่แปลกตาแปลกๆ ที่มองบางมุมมันก็สวย บางมุมก็แปลกๆซึ่งตำแหน่งกล้องเนี่ยเหมือนจะอยู่สูงไป พอเวลาเราถือแนวนอนถ่ายรูป เมื่อใช้กล้อง Ultrawide จะเผลอติดนิ้วมือซ้ายมาด้วยตลอด ก็ต้องพยายามที่จะเรียนรู้ Redmi Note 9s กันสักนิดพอชินก็สามารถใช้งานได้คล่องตัว. 
ส่วนกล้องทั้ง 4 ตัวที่ให้มานั้นก็มีทั้ง 48MP f/1.8 ที่เป็นเลนส์หลัก, 8MP Ultrawide กว้างถึง 119องศา f/2.2, 5MP สำหรับการถ่ายมาโครที่ใกล้ระยะวัตถุได้มากสุด 2เซนติเมตร f/2.4 และกล้องตัวสุดท้ายคือ 2MP สำหรับใช้ในการวัดระยะที่เอาไว้ใช้ในการถ่ายหน้าชัด-หลังเบลอ f/2.4 ส่วนด้านวิดีโอบน Redmi Note 9s สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 30fps และ Full HD 60fps ส่วนด้านล่างของโมดูลกล้องนั้นจะมี LED แฟลชมาให้เรา 1 ลูก พร้อมตัวอักษรข้าง LED Flash ที่เขียนว่า 48MP Camera. 


ด้านหน้าสุดก็คงไม่พ้นเรื่องของหน้าจอ ที่หน้าจอยังคงเป็นจอแบบ Full HD 1080P ที่มีการเปลี่ยนอัตราส่วนจอให้ยาวขึ้นเป็น 20:9 เพื่อช่วยให้สามารถจับถือใช้งานได้คล่องตัวขึ้น บนหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.67" ที่มีขอบเครื่องหนากำลังพอดีสำหรับการวางนิ้วมือในตอนใช้งาน ช่วยให้จอไม่ลั่นได้ดีเลยทีเดียว อันนี้ผมชอบนะ เพราะเครื่องหลักผมที่ใช้เป็นมือถือจอโค้งเลยพลาดลั่นหน้าจอบ่อยประจำเลย. 


ส่วนกล้องด้านหน้า จากรุ่นเดิมที่เป็นกล้องแบบหยดน้ำ ในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นรูอยู่ตรงกลางจอ ข้อดีของรูที่อยู่ตรงกลางจอหลักๆเลยก็คือ เวลาที่เราถ่ายรูปนั้นโอกาสตาเอียงจากการมองจอนั้นจะเกิดขึ้นได้น้อยกว่าการไว้ที่มุมด้านข้างจริงๆ. จากการที่ได้ลองทั้ง 2 แบบมา ไม่แปลกใจที่ทำไมเรือธงบางค่ายถึงเลือกนำกล้องหน้ามาวางกลาง. ส่วนความละเอียดของกล้องหน้านั้นจะอยู่ที่ 16MP สามารถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด Full HD 30fps และก็ไม่ตกเทรนด์ที่จะใส่การถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นมาที่กล้องหน้า ในความละเอียด HD 120fps ซึ่งต้องถ่ายในที่แสงดีหน่อยนะ. 


สำหรับการใช้งานที่กลางแจ้ง.... ต้องบอกไว้ก่อนว่าหน้าจอของ Redmi Note 9s มาพร้อมกับหน้าจอที่มีความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 450nit เมื่อเทียบกับความสว่างหน้าจอทั่วไปของสมาร์ทโฟนเรือธงในปัจจุบันที่พุ่งทะลุ 1,000nit กันนั้นเรียกได้ว่า คงเทียบกันไม่ได้อยู่แล้วครับ แต่ถ้าเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับกลางด้วยกันก็พอได้อยู่. 


และสิ่งที่พิเศษสุดเลยของ Redmi Note 9s ที่รู้สึกว่าสมาร์ทโฟนระดับกลางเริ่มมาถูกทางมากกว่าเน้นเรื่องสเปคคุ้มราคา ที่ผมเชื่อว่าหลายคนก็อยากให้มีเหมือนแบบผมคือ เรื่องของการกันน้ำที่ Redmi Note 9s ได้ใช้สารเคลือบด้วยเทคโนโลยีระดับนาโน ทำให้เจ้าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้สามารถกันน้ำได้ระดับนึง ไม่ได้หมายความว่า "ลงว่ายน้ำได้ ไม่ใช่แบบนั้น" แต่สามารถกันน้ำสาดกระเซ็นได้ หรือในยามฉุกเฉินที่ต้องเจอฝนตกหนัก หรือเผลอโดนน้ำก็ยังมั่นใจได้ว่า Redmi Note 9s จะปลอดภัยหายห่วง. 


- Experience - 

เรามาดูเรื่องการใช้งานกันต่อดีกว่า Redmi Note 9s มาพร้อมกับ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI11 เวอร์ชั่นล่าสุดจากทาง Xiaomi ที่มีระบบความปลอดภัยแบบ Biometric 2 แบบให้เราสามารถใช้งานได้คือ สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่องที่แสนไวจนบางที่ผมลั่นบ่อยมากตามที่บอกไปด้านบน เพราะเพียงแค่เราสัมผัสมันก็ทำงานแล้ว และสแกนลายนิ้วมือแบบ 2มิติ ผ่านกล้องด้านหน้าซึ่งจากที่ผมลองมา เมื่ออยู่ในสภาวะแสงน้อยๆเมื่อไหร่ก็สแกนไม่ผ่านละครับ อาจเป็นเพราะว่า Redmi เลือกที่จะไม่ปรับหน้าจอความสว่างสูงสุดในตอนที่เราสแกนจึงทำให้กล้องอาจจะมองหน้าเราไม่ชัดก็ได้. 


การปรับแต่ง MIUI ในรอบนี้สามารถปรับแต่งได้คล่องตัวขึ้นนะ ไม่ว่าจะเป็นการปรับนาฬิกาล็อคสกรีนที่สามารถทำได้ และรูตรงกลางที่ใครไม่ชอบก็ยังสามารถเลือกปิดได้ หรือจะทำเป็นขอบดำสำหรับการวางแถบ Status bar เฉยๆ. รวมถึง Dark mode ก็มีมาให้ใน Redmi Note 9s ที่ช่วยให้สบายตาขึ้นเยอะในการใช้งาน แต่สำหรับหน้าจอ LCD แล้ว ผมขอเลือกไม่ใช้ Dark mode เนื่องจากปกติผมเลือกใช้ Dark mode กลับสมาร์ทโฟนที่เป็นจอ OLED มันช่วยประหยัดไฟ. แต่พอเป็นจอ LCD ผมก็เลยใช้ขาวๆแบบนี้ต่อไปสวยๆสะอาดดีกว่า ใช้ Dark mode ไปก็ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดแบต. 


สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในครั้งนี้ของ MIUI 11 เลยก็คือ Google feed ครับ เป็นอะไรที่ผมใช้บ่อยมากในการเสพข่าวต่างๆที่อัพเดทตามที่เราต้องการทราบแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องไปกดหาอ่านทีละเว็บ และที่น่าตกใจไปกว่านั้นเลยเหมือน MIUI เริ่มที่จะนำแอพของทาง Google เข้ามามากขึ้นจากเดิมที่แอพส่วนใหญ่จะเป็นของทาง Xiaomi มากกว่า ซึ่งทำให้การใช้งานแอพหลายๆอย่างดูคลีนและลื่นไหลมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็น Xiaomi ที่ UI การใช้งานต่างๆยังเป็น MIUI เช่นเดิม เพิ่มเติมแค่แอพส่วนใหญ่นั้นเป็นของ Google แทน. 


ส่วนการใช้งานแผนที่นำทางถือว่าในปัจจุบัน Xiaomi ที่เป็นตระกูล Redmi สามารถทำงานด้านแผนที่นำทาง หรือจับตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำแบบที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันหรือใช้ในการเดินทางไกลได้ดีเลย ซึ่งเรื่องการจับตำแหน่งของ Redmi นั้นเริ่มดีขึ้นมาตั้งแต่ Redmi Note 8 ละครับ ต่างจากรุ่นที่ 7 นี่แกว่งแบบน่าปวดหัวปวดใจเลย. 


เรื่องของแบตเตอรี่ที่ให้มามากถึง 5,020 mAh ถ้าไม่ได้เล่นเกม ดูหนัง บอกเลยว่าอยู่ยาว 2 วันฟังเพลงผ่านหูฟังเพลินๆ หรือใช้เล่นสังคมออนไลน์ได้สบายๆ. แต่ถ้าเล่นเกมด้วย ดูหนังด้วยแล้วเนี่ย 1 วันตั้งแต่เช้ายันกลางคืน 2 ทุ่ม ก็สามารถพกกลับถึงบ้านได้สบายๆ แถมข้อดีของ Redmi Note 9s ที่ใช้งานเป็น Qualcomm Snapdragon 720G เลยก็คือ ความร้อนที่จัดการได้ดีมาก เล่นไปนานๆชิวๆเพลินๆแทบไม่มีความร้อนให้เห็น ซึ่งจากต่างรุ่นพี่ Redmi Note 8 Pro ที่ใช้ SoC เป็น Helio G90T ที่เล่นสักพักนึงความร้อนมา ขนาดมีระบบระบายความร้อนนะ คิดไม่ออกถ้าไม่มีระบบระบายความร้อน. Helio G90T จะสนุกสนานขนาดไหน. แต่ข้อที่ควรปรับปรุงก็คือเรื่องของการชาร์จไฟ ที่สามารถชาร์จกำลังสูงสุดได้แค่ 18W. เมื่อเอา 18W มาใช้กับสมาร์ทโฟนที่มีแบตเตอรี่เยอะขนาด 5,020 mAh แล้วต้องบอกเลยว่า แนะนำให้ชาร์จก่อนนอนทีเดียวครับ เพราะถ้าเสียบชาร์จไว้เนี่ย มีให้เห็น 2ชม. ครึ่ง ถึง 3ชม. กันเลยทีเดียว.


- Performance - 


สำหรับใครที่อยากดูทดสอบการเล่นแต่ละเกมว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยขนาดไหนสามารถรับชมได้เลยครับ โดยเกมที่ผมทดสอบจะมีดังนี้ครับ.
Call of Duty Mobile, PUBG, Marvel Super War, ROV, และ Real Racing 3 


การใช้งานของสมาร์ทโฟนสมัยนี้ระหว่างระดับกลางถึงเรือธงนั้นแทบจะมองไม่เห็นความต่างกันมากสักเท่าไหร่ คงไม่มีใครเอาแอพมาเปิดเทียบกันหรอกมั้งว่าใครเข้าเร็วกว่ากันกี่เสี้ยววินาที เพราะสุดท้ายปลายทางก็สามารถใช้งานได้เหมือนกัน. ส่วนเรื่องของการเล่นเกมบน Redmi Note 9s นั้นก็มี Game Turbo เข้ามาช่วย แต่การช่วยของ Game Turbo ของ Xiaomi นั้นช่วยอะไรบ้าง ? จะช่วยเรื่องของการเคลียร์แรมกับการจัดการเรื่องการแจ้งเตือนและการอัดหน้าจอนั่นแหละ ไม่ได้ช่วยให้เกมสามารถมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเหมือนกับตัวช่วยสำหรับการเล่นเกมของค่ายต่างๆหลายค่าย อาจจะมียกเว้นบางกรณีที่บางค่ายที่มีการอัพเกรดและนำ AI เข้ามาช่วยให้สามารถเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นจริงๆ ซึ่งมีน้อยให้เห็นมาก. 


สำหรับใครเน้นเรื่องของตัวเลขคะแนนผ่านแอพ Antutu กับ Geek Bench 5 ผมเองก็นำ Redmi Note 9s ที่ใช้งาน Snapdragon 720G แรม 6GB เนื้อที่แบบ UFS2.1 ไปทดสอบเพื่อเป็นแนวทางให้เหล่าสายตัวเลขได้เลือกถูกกันให้แล้วตามนี้เลย. (แต่จากประสบการ์ส่วนตัวของผมเองกับคะแนนเนี่ย อยากจะบอกตรงๆว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่มีคะแนนสูงบางรุ่น พอเอามาใช้บางทีก็อาจจะไม่ถูกใจเราเท่าบางรุ่นที่มีคะแนนน้อยกว่า จึงอยากให้มองข้ามส่วนนี้และไปเน้นเรื่องของระบบที่เหมาะสมกับตัวเราเองมากกว่านะ ส่วนเรื่องของเกมจะเล่นได้ไม่ได้ยังไงอยู่ที่ซอฟต์แวร์ของแต่ละค่ายด้วยว่าจะจูนมาให้เหมาะสมกับเกม หรือทาง Dev ของเกมจะปรับจูนให้เหมาะสมกับเครื่องมากน้อยขนาดไหน.)


ถ้าใครที่อยากได้มือถือเล่นเกมยาวๆ ไม่ต้องกลัวร้อน เล่นได้ลื่นๆในราคาไม่แพงด้วยแล้ว ผมว่าสมาร์ทโฟนที่มากับ Snapdragon 720G กับแบตเตอรี่ 5พัน mAh เนี่ยเป็นคำตอบที่ดีเลยที่จะหามาเป็นเจ้าของ. ผมใช้เองยังรู้สึกชอบเลยนะ แบตมันอึดมาก แถมเล่นไปนานๆเครื่องไม่ร้อน ติดที่ถ้ากล้องดีแบบ Mi Note 10 นะ ครบจบในทุกด้านเลยจริงๆ ติดที่ผมสายชอบใช้ซูมเลยยังไม่ตอบโจทย์ส่วนนี้เท่าไหร่ อิอิ.

[สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่า Snapdragon 720G ดีเด่นยังไง สามารถเข้าไปอ่านได้ที่]

ทำความรู้จัก Qualcomm Snapdragon 720G อีกหนึ่ง SoC คาดว่ายอดนิยมในระดับกลางแห่งปี



- Camera - 

กล้องที่อยู่บน Redmi Note 9s กับการใช้งานด้านกล้องเนี่ย อาจพูดได้ว่า ยกมาทั้งชุดจาก Redmi Note 8 นั่นแหละครับ แตกต่างก็แค่เปลี่ยนจากกล้องมาโคร 2MP ที่แทบจะใช้งานไรไม่ได้มาเป็น 5MP ที่รอบนี้บอกเลยว่าจัดว่าเด็ด. สำหรับภาพถ่ายตัวอย่างกล้องหน้ากล้องหลังสามารถรับชมได้ที่ด้านล่างนี้ได้เลย ส่วนวิดีโอทดสอบนั้นผมใส่ไว้อยู่ในคลิปรีวิวนาทีที่ 8.14 ถึง 9.54 สามารถเข้าไปรับชมกันได้เลย. ตอนนี้มาดูรูปกันไปก่อนครับ. 

- Panorama - 


- Macro - 









- Portrait - 

  




- Ultrawide, Normal Wide, Zoom -



































- Food -



 


- Selfie -









-  Verdict - 


 Redmi Note 9s นั้นเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ยังคงความคุ้มค่า ใช้งานได้อย่างลื่นไหลและก็ยังเลือกที่จะนำเรื่องของการกันน้ำมาสู่สมาร์ทโฟนระดับกลางที่ผู้บริโภคสามารถจับต้องได้ง่ายนั้นจะเหมาะกับใคร ? 

- เจ้าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เหมาะกับคนที่ชอบแบตอึดเป็นอย่างมาก พวกที่ชอบลืมชาร์จแบต เพราะแบตเตอรี่ที่ให้มาเยอะ แถมอึดด้วย ถ้าไม่เล่นเกมใช้ยาวๆได้เลย 2 วันสบายๆ
- สายเกมมิ่งในงบประหยัดเล่นเกมได้ลื่นๆ 60fps มีให้เห็นสบายๆ แถมตัวเครื่องยังร้อนช้าด้วย จัดจ้านด้านเล่นเกมแน่นอน ถึงแม้จะมีหน้าจอที่ไม่ได้มีค่ารีเฟรชเรตสูงแบบใครๆ แต่เกมที่เล่นได้ในตอนนี้มันสุดแค่ 60fps กันหมดทุกเกม ยกเว้นเกมที่ถูกปรับปรุงให้สามารถเล่นเกินได้ ซึ่งรองรับเฉพาะแค่ 2 ค่าย คือ ROG และ Razer. นอกนั้นจะมีหน้าจอที่รีเฟรชเรตสูงแค่ไหน แต่เกมที่เล่นได้มันก็มาแค่ 60fps. ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่า สมูธที่จอ หรือสมูธที่ระบบ. 
- กล้องถ่ายรูป ไม่ได้โดดเด่นอะไร มันคือ Redmi Note 8 เดิม เพิ่มเติมคือกล้องมาโครที่ดีขึ้น กับการโปรเซสภาพที่รวดเร็วขึ้นจาก SoC ใหม่ที่มีประสิทธิภาพ. ถ่ายได้ ถ่ายสวย อันนี้อยู่ที่ผู้ใช้เป็นหลักสามารถใช้ได้สบายๆ. แต่ถ้าใครอยากหาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์จากกล้องมือถือมาเพื่อเติมเต็มด้วยแล้วก็ถือว่าคุ้มราคาค่าตัวของ Redmi Note 9s เลย. 
- สายใช้แผนที่เป็นหลัก เช่นการขนส่งต่างๆที่ต้องหามือถือสักเครื่องมาเพื่อเปิดนำทางแบบชัดเจน เจ้าตัวนี้ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีในราคาที่ไม่แพง แม่นยำทันใจแน่นอน ไม่ต้องกลัวหลง.
- สำหรับใครที่เน้นถ่ายวิดีโอ แนะนำให้มองข้ามตัวนี้ไปได้เลย ลองหาสมาร์ทโฟนที่มีโหมดกันสั่นดีดี น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า.
- การชาร์จแบตที่กำลังไฟ 18W อาจจะน้อยไปสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางสมัยนี้ และยิ่งเป็นแบตขนาด 5,020 mAh ด้วยแล้ว ลืมไปได้เลยว่า สมาร์ทโฟนที่ใช้จะชาร์จเร็วทันใจ. 

ผมก็ขอจบการรีวิวไว้เพียงเท่านี้ มีอะไรสอบถาม หรือสงสัยอะไรก็สามารถคอมเม้น เพื่อแชร์หรือคุยแลกเปลี่ยนกันสนุกๆกันได้ครับ. 


และในช่วงนี้สามารถช็อปปิ้งกับสินค้าราคาพิเศษกับ Xiaomi ได้ทาง Lazada กับช่วง Xiaomi Birthday Sale https://bit.ly/3dlpa76





No comments: