HUAWEI Mate 20 Series สมาร์ทโฟนเรือธงที่สุดแห่งนวัตกรรมของปี

HUAWEI  Mate 20 Series คือ การสานต่อความสำเร็จของหัวเว่ยอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์หนึ่งในใจของผู้บริโภคไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นนี้มียอดพรีออเดอร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์


ในตลาดยุโรปตะวันตกหลังจากการเปิดตัวเพียง 10 วัน เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้รับการตอบรับที่ดีทำให้มียอดพรีออเดอร์สูงกว่า Mate รุ่นที่ผ่านมาเกือบ เท่า โดยHUAWEI Mate 20 Series เป็นการรวมสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้ชนะรางวัลต่างๆ มากมายจากการรีวิวทั่วยุโรป ซึ่งหัวเว่ยเชื่อมั่นว่าผู้ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากนวัตกรรมนี้อย่างแน่นอน

สำหรับความโดดเด่นของ HUAWEI Mate 20 Series ที่ใครๆ ต่างยกนิ้วให้กับสุดยอดนวัตกรรมอันครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทรงพลังและล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น Kirin 980 ชิปเซ็ต AI แบบคู่ครั้งแรกของโลก แบตเตอรี่ความจุสูงที่มาพร้อมนวัตกรรมHUAWEI SuperCharge ให้กำลังไฟฟ้าได้ถึง40 วัตต์ ชาร์จได้รวดเร็วซึ่งได้รับรองความปลอดภัยจากสถาบันระดับสากล และครั้งแรกของโลกกับ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย รวมไปถึงกล้อง 3กล้อง Leica Triple Camera สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตร และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย


ไม่เพียงแค่ผู้บริโภคเท่านั้นที่ให้เสียงตอบรับล้นหลาม ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยของHUAWEI Mate 20 Pro สื่อทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจและให้การยอมรับกับนวัตกรรมที่หัวเว่ยได้ตั้งใจพัฒนาขึ้นมาไม่แพ้กัน

เชื่อว่าทุกคนที่ได้สัมผัสกับ HUAWEI Mate 20 Series ต่างมีความรู้สึกที่ดีที่สุดกับสมาร์ทโฟนที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยHUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายในราคา 31,990 บาท มี 2 สี ได้แก่ Emerald Green, Black นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสสุดยอดนวัตกรรมจาก HUAWEI Mate 20 Seriesอีก 2 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายในราคา 24,990 บาท มี 2 สี ได้แก่Twilight, Midnight Blue และ HUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายในราคา 28,990บาท มี 2 สี ได้แก่ Phantom Silver, Midnight Blue โดยทั้ง 3 รุ่นของ HUAWEI Mate 20 Series จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในวันที่9 พฤศจิกายนนี้. 

No comments: